SMO หรือ Social Media Optimization คืออะไร?
ผมเชื่อว่าพวกเราส่วนใหญ่นั้น มักจะคุ้นเคยกับคำว่า SEO หรือว่า Search Engine Optimization กัน ซึ่งการทำ SEO นั้น หลักๆ ก็คือ จะทำยังไงให้เว็บไซต์ของเรานั้น ช่วยหรือว่าเอื้ออำนวยต่อการทำหน้าที่ของ Robots ของ Search Engines ทั้งหลายแหล่
ซึ่งหน้าที่สำคัญๆ ของเจ้าหุ่นพวกนี้ก็คือ การที่คอยไต่ไปตามหน้าเว็บต่างๆ ที่อยู่บนเว็บไซต์ เพื่อที่จะทำการ Index หรือว่าเก็บหน้าเว็บไซต์เหล่านั้น ไว้ในฐานข้อมูลของ Search Engines ของแต่ละเจ้าเอง
การทำแบบนี้เราเรียกว่าการทำ On Page Optimization
แต่ว่าการทำ SEO นั้น ไม่ได้มีแต่เฉพาะในเรื่องของ On Page Optimization อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีอย่างอื่นๆ ประกอบกันด้วย ไม่ว่าจะเป็นการโปรโมทเว็บไซต์ของเรา (ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์ หรือออฟไลน์ก็ตาม) วัตถุประสงค์ก็เพื่อที่จะสร้าง Backlink กลับมาที่เว็บไซต์ของเรา เป็นต้น หรือถ้าพูดง่ายๆ ก็คือ การสร้างเครดิตของเว็บเรา ให้เกิดขึ้นในสายตาของ Search Engines เจ้าต่างๆ
ทีนี้ถ้าเราพูดถึง SMO ละ มันน่าจะหมายถึงอะไร?
ถ้าหากเรามองว่า SEO นั้น คือการปรับแต่งเว็บไซต์ของเรา เพื่อเอาไว้ช่วย Robots ให้ทำหน้าที่ของมันได้เต็มประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้น
การทำ SMO ก็น่าจะเป็นการปรับแต่งเว็บไซต์ของเรา เพื่อที่จะช่วย หรือเอื้อให้กับคนที่เข้ามาเว็บไซต์ของเรานั้น ง่ายต่อการแพร่กระจาย บอกต่อกับคนอื่นๆ เพื่อที่จะได้รับการพูดกล่าว หรือว่าอ้างอิงถึง
ไม่ว่าจะเป็นการไป Bookmark เอาไว้, Share Link หรือว่าส่งลิงค์ให้กับเพื่อนๆ, การเพิ่ม RSS Feeds (RSS คือ อะไร?), การเข้าไปคอมเม๊นต์ในบล็อกของคนอื่นๆ หรือว่า เขียนบทความในบล็อกต่างๆ ของตัวเอง (ทั้งสิ่งที่เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย) เพื่อที่จะนำไปต่อยอดทางความคิด จากบทความของเรา เป็นต้น
ซึ่งสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ก็จะพัฒนาไปสู่การเป็นชุมชนออนไลน์ (Community) ในกลุ่มต่างๆ เหล่านั้น โดยที่คนเขียนบทความต่างๆ ในกลุ่มพวกนี้ ก็มักจะมีพวกแฟนพันธุ์แท้ พวกขาประจำ, สาวก หรือที่เรียกว่า Followers ที่มักจะเข้ามาตามอ่านบทความในสิ่งที่คนเหล่านี้เขียนถึงอยู่เสมอๆ
เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า บทความหรือว่าเรื่องที่จะเขียนถึงนั้น ถือว่าเป็นส่วนประกอบที่สำคัญมากที่สุดในเรื่องของ SMO
ส่วนเรื่องที่จะเขียนถึงนั้น ก็ควรจะเป็นเรื่องที่สามารถทำให้คนอื่นๆ ได้เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดกันได้ แล้วก็ต้องเกิดประโยชน์ด้วยที่จะพูดถึงมัน (เราคงไม่เอาเรื่องความเดือดร้อนของคนอื่น มาพูดคุยกันมากนักใช่มั๊ยครับ?
) หรือไม่ก็อาจจะเป็นเรื่องที่คนอ่าน เมื่ออ่านได้เข้ามาอ่านแล้วเกิดความสบายใจ บรรเทิงใจ รื่นรมย์ใจ เป็นต้น เพราะว่าส่วนตัวผมเองเชื่อว่า พวกเรานั้นเข้ามาในโลกอินเตอร์เนตก็เพื่อที่จะหาความรู้ หรือว่าหาคำตอบของอะไรซักอย่าง ไม่ก็เพื่อคลายเครียดเท่านั้นเอง ถูกมั๊ยครับ (ไม่ได้หมายถึง พวกคลิปโป๊ต่างๆ นะครับ แหะๆๆ
)
ขอสรุปเลยละกันนะครับว่า
ในการทำ SMO นั้น ก็จะประกอบไปด้วยสิ่งต่างๆ เหล่านี้
- บทความที่ดีๆ มีประโยชน์ ที่คู่ควรแก่การป่าวประกาศให้กับคนอื่นๆ ได้รับรู้ ซึ่งรวมถึงเรื่องต่างๆ ที่สามารถเอนเตอร์เทนให้กับพวกเราได้ (คือไม่มีประโยชน์ ไม่มีสาระ แต่บันเทิงใจ ก็ถือว่าใช้ได้เหมือนกัน)
- พวกปลั๊กอิน (Plugins) หรือว่าเครื่องมือต่างๆ ที่สามารถนำมาช่วยให้คนที่เข้ามาในเว็บไซต์ของเรา ได้มาคอมเม๊นต์, แชร์ลิงค์ เพื่อส่งต่อให้เพื่อน, เพิ่ม RSS Feeds, Bookmark เก็บเอาไว้ หรือว่าวิธีการใดๆ ก็ตาม ที่สามารถช่วยให้พวกเค้าเผยแพร่ ไปให้กับผู้อื่นๆได้ แบบง่ายดาย
เมื่อไหร่ก็ตาม ที่คนอ่านของเราได้ทำสิ่งต่างๆ ที่ผมกล่าวไปด้านบนแล้ว สิ่งต่างๆ เหล่านี้แหละ ที่จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่ฝรี่งเค้าบัญญัติศัพท์มาว่า “Crowdsourcing” (แปลเป็นไทยว่าอะไรดี เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ช่วยกันคิดหน่อยฮะ
) ถ้าให้ผมแปล ก็น่าจะประมาณว่า เป็นสิ่งที่นำมาพูดถึง แชร์กัน กล่าวขวัญถึง แล้วก็มีอารมณ์ร่วมด้วยกันในกลุ่ม ถ้าให้ยกตัวอย่างในบ้านเราตอนนี้ ก็น่าจะเป็นเช่น การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร ที่มีความคิด หรือว่ามีจุดยืนร่วมกันเอง ของในกลุ่มผู้ชุมนุม?
ครับ นี่คือ “SEO แนวใหม่” ที่สามารถนำมาช่วย ในการทำให้เว็บไซต์ของเราไต่อันดับให้สูงขึ้นไปได้เหมือนกัน แต่เปลี่ยนจากการที่เราจะไปพึ่งการคำนวนของ Robots ในการที่จะคิดว่าเว็บไซต์ของเราควรจะอยู่ที่อันดับสูงๆ ได้ที่เท่าไหร่ มาเป็นการใช้พลังจากคน (สื่อ) หรือว่า Social Media แทน ในการที่จะให้พวกคนเหล่านี้ ตัดสินใจเองดูว่า เว็บเรานั้นมีคุณภาพเหมาะสม หรือว่าคู่ควรกับการที่จะไปอยู่ในอันดับสูงๆ หรือไม่? เพราะถ้าเว็บเรามีการพูดถึงเยอะๆ (Backlinks?) โอกาศที่เว็บเราจะได้อยู่ในอันดับสูงๆ ก็มีมากยิ่งขึ้นตามไปเองโดยธรรมชาติเองนะครับผม
นอกจากเว็บคุณทำ SEO แล้ว คุณได้ทำ SMO แล้วหรือยังครับ?
อรรถทวี เจริญวัฒนวิญญู
PCCompete!
Compete with No Others, But Yourself…











10 Comments, Comment or Ping
boydchan
ความคิดเห็นของผมนะครับ มันเหมาะกับการทำ marketing ผ่านทาง blog หรือเปล่าฮะ เพราะว่าถ้าเป็นเว็บที่ขายสินค้า การจะเขียนบทความต่างๆ ออกมาผ่านทางเว็บขายสินค้าโดยตรง มันจะดูไม่เป็นกลาง ถ้าเขียนในลักษณะที่เป็น article ผ่านทาง blog ก็จะดูมีความเป็นธรรมมากกว่า เจ้าของ blog ว่ามีความเห็นว่าอย่างไรฮะ?
Oct 7th, 2008
sinnawat
อ่าๆๆ ขอบคุณครับ ความรู้ใหม่อีกแล้ว
Oct 7th, 2008
Attawee Jaroenwattanawinyoo
@BOYDCHAN ผมมองอย่างนี้ครับว่า Blog - เอาไว้สำหรับ Update ข้อมูล ข่าวสาร หรือ ถ้าจะให้เจาะจงในเรื่องของตลาดไปเลย มันก็คือ Pre-sale Message ดีๆ นี่เอง คือ เอาไว้ใช้กระตุ้นต่อม “ความอยากซื้อของ” ให้เกิดขึ้นก่อน ซึ่งในแต่ละโพสก็จะมีแทรกลิงค์ส่งกลับไปยังหน้าที่เป็นเว็บขายของ หรือว่า หน้าที่อยู่ในหน้าหลักของเว็บเราเลย เช่น หน้ารายละเอียดสินค้า เป็นต้น ผมมองว่าคนที่เข้ามาอ่าน Blog อาจจะยังไม่ได้อยู่ในอารมณ์อยากซื้อของซักเท่าไหร่ แต่พออ่านไปๆ ซักพัก แล้วพอมีการชักจูง โน้มน้าว ก็อาจจะเปลี่ยนเข้าไปสู่ Buying Mode ได้
อาจจะไม่ถูกต้อง 100% ก็ได้นะครับ
Just My 2 สลึง
วี
Oct 7th, 2008
Porpla
ได้ความรู้เพิ่มอีกแล้วค่ะ เพราะปกติจะทำแต่่ Bookmark แต่ไม่ค่อยได้เน้นที่ การ Share Link หรือ เข้าไปคอมเม้นทเพิ่มเติม ขอบคุณนะคะ ดีจังได้ความรู้เพิ่ม
Oct 7th, 2008
boydchan
@Attawee ถือว่า blog เป็น tool สำหรับการทำ SMO เลยหรือเปล่าฮะ ถ้าใช่ก็แสดงว่าบทความที่เราเขียนขึ้นมาที่มีประโยชน์ในลักษณะที่ตรงกับ SMO แล้วเกิดมีการบอกต่อๆ กันไปทาง social network ต่างๆ ทำให้มีคนมาอ่านบทความเรามากขึ้น ก็สามารถสร้างโอกาสที่จะโน้มน้าวให้คนที่มีความสนใจ จัดสินใจซื้อได้ดีขึ้นใช่ไหมฮะ? (ไม่รู้ว่าเข้าใจถูกหรือเปล่า)
Oct 7th, 2008
A@ITS
บทความที่เขียนนั้นอ่า…ต้องเกี่ยวข้องเนื้อหาของเว็บนั้นป่าวอ่า..
เช่น ผมทำเว็บท่องเที่ยว ก้อต้องเขียนบทความเกี่ยวกะการเที่ยวในรูปแบบต่างๆ การแนะนำอุปกรณ์ ในการเที่ยว แล้วลิงก์ไปเว็บที่มันขายอยู่…
รึว่าไม่จำเป็น ทำเว็บเที่ยว แต่เขียนบทความเกี่ยวกัน พธม. แบบนี้จะยุ่งไม๊….
Oct 8th, 2008
A@ITS
อืมม ผมเห็นอีกอย่าง ในกลุ่มพวกแม่ๆ มือใหม่จะคุยกันเรื่องแม่ๆลูกๆในบล๊อกต่างๆ..แล้วก้อนำไปสู่ การขายในกลุ่ม เช่นขายเสื้อผ้ามือสองของลูกๆที่โตแล้ว รับจ้างถ่ายรูปครอบครัว(โดยสามีๆของแม่บ้าน) โรงเรียนสำหรับเด็ก กิจกรรมเด็ก แล้วเว็บนั้นก้อ rating ดีด้วย เกิดเป็นชุมชน แม่มือใหม่กันขึ้น เกิดรายได้อีกช่องทาง แล้วคนก้อติดกันงอมแงมกับบทความแม่ๆ….. แบบนี้เรียก SMO ไม๊ครับ..แบบไม่เคยได้ยินอ่า ศัพท์นี้
Oct 8th, 2008
Attawee Jaroenwattanawinyoo
@BOYDCHAN - ผมเองก็เชื่อเหมือนกันนะครับว่า Blog ก็คือเครื่องมือ หรือว่าเป็น Asset ที่สำคัญสิ่งนึง สำหรับธุรกิจเราเลยทีเดียว
ผมว่าเป็นธรรมชาติของมนุษย์เราเลยนะครับ เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเจออะไรที่ดีๆ เจ๋งๆ โดนๆ เราก็อดไม่ได้ที่จะคุย หรือว่าบอกต่อ ให้กับคนอื่นๆ ได้รับรู้ใช่มั๊ยครับ
ทีนี้ถ้าหากเว็บเราไม่มีการทำ SMO ซึ่งในที่นี้ก็คือการเพิ่มพวก Widget ต่างๆ ใส่ไว้ในเว็บเรา เพื่อที่จะทำให้พวกเค้าเหล่านั้น สามารถที่จะส่งต่อ หรือบอกต่อ ได้อย่างสะดวก โดยที่ไม่ต้องเปลืองพลังงาน (ใช้งาน) พวกเค้า มากนักถูกป่าวครับ
@A@ITS - ผมยังไม่เคยเข้าไปพวกเว็บคุณแม่ เหล่านั้นนะครับ
แต่ก็ถือว่าเป็น Niche Social Networking Site ที่ใหญ่พอสมควร โดยเฉพาะ พวกแม่บ้าน ที่ทำงานอยู่ที่บ้าน
ขอบคุณมากนะครับสำหรับไอเดีย (ในการหาเงิน) ที่พูดถึงในคอมเม๊นต์นะครับ
ถ้าผมเข้าไปในเว็บพวกท่องเที่ยว ผมก็อาจจะไม่อยู่ในอารมณ์ที่สนใจเรื่องของการเมือง คือผมมองว่าบางสิ่ง บางเรื่อง มันอาจจะไปด้วยกันได้ ไม่ดีนัก แต่ผมว่าอันนี้มันก็ขึ้นอยู่กับเราด้วย ว่ากลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการจะส่งข้อความไปถึงเค้านั้น พวกเค้าสนใจในเรื่องอะไร โดยที่เราก็จะพยายามที่จะสื่อถึงเค้าให้ตรงใจพวกเค้า ให้มากที่สุด อันนี้ถือว่า เป็นสิ่งที่น่าท้าทายมากๆ เลยทีเดียว
Oct 8th, 2008
Reply to “SMO หรือ Social Media Optimization คืออะไร?”