<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>PCCompete! &#187; google analytics</title>
	<atom:link href="http://www.pccompete.com/blog/tag/google-analytics/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.pccompete.com/blog</link>
	<description>Compete with No Others, But Yourself...</description>
	<lastBuildDate>Wed, 28 Jul 2010 07:02:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>ใช้ Google Analytics แล้วไม่ดีกับการจัดอันดับบน Google? [วีดีโอ]</title>
		<link>http://www.pccompete.com/blog/%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89-google-analytics-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%87-google/</link>
		<comments>http://www.pccompete.com/blog/%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89-google-analytics-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%87-google/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Jul 2010 11:12:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>อรรถทวี เจริญวัฒนวิญญู</dc:creator>
				<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[Web Analytics]]></category>
		<category><![CDATA[asynchronous tracking]]></category>
		<category><![CDATA[google analytics]]></category>
		<category><![CDATA[Matt Cutts]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pccompete.com/blog/?p=337</guid>
		<description><![CDATA[มักจะมีคนเข้าไปทิ้งคำถามที่เกี่ยวกับ SEO เอาไว้ให้มิสเตอร์ Matt Cutts ตอบอยู่บ่อยๆ ซึ่งคำตอบที่ได้มาจากทาง Matt Cutts นั้นถือว่าเป็นคำตอบที่มีความน่าเชื่อถือเป็นที่สุดในโลกของ SEO เพราะอะไรนะเหรอครับ? ก็เพราะว่า Matt Cutts เค้าเป็นพนักงานของ Google ที่เป็นหัวหน้าในหน่วยที่เกี่ยวกับการขจัดพวกเว็บขยะต่างๆ ออกไปจากสารบบของ Google นั่นเอง (แต่ผมว่างานนี้ท่าทางจะยากนะ ตราบใดที่เรายังนับถือเงินเหมือนอย่างกับพระเจ้าในสมัยนี้) สำหรับคำถามในวีดีโอนี้ก็คือ ถ้าเราติดตั้ง Google Analytics เอาไว้ที่เว็บของเราแล้ว จะมีผลเสียต่อการจัดอันดับของเราในหน้า SERP ของ Google หรือเปล่า? ว่าแล้วก็ไปดูคำตอบจากปากของคุณ Matt Cutts กันเลยดีกว่าครับ ซึ่งคำตอบก็คือ &#8220;ไม่&#8221; นะครับผม แล้ว Matt Cutts ก็ยกตัวอย่างดีๆ ขึ้นมาอันนึงว่า ถ้าเว็บของเรามีการโหลดค่อนข้างช้าอยู่แล้วเนี่ย การที่เราใส่โค๊ด Google Analytics เข้าไป ก็จะทำให้เสียเวลามากขึ้นไปอีก ซึ่งพูดมาถึงตรงนี้ทาง Matt Cutts ก็เลยแนะนำถึงการติดตั้งโค๊ด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มักจะมีคนเข้าไปทิ้งคำถามที่เกี่ยวกับ SEO เอาไว้ให้มิสเตอร์ <strong>Matt Cutts</strong> ตอบอยู่บ่อยๆ ซึ่งคำตอบที่ได้มาจากทาง Matt Cutts นั้นถือว่าเป็นคำตอบที่มีความน่าเชื่อถือเป็นที่สุดในโลกของ SEO เพราะอะไรนะเหรอครับ?</p>
<p>ก็เพราะว่า Matt Cutts เค้าเป็นพนักงานของ Google ที่เป็นหัวหน้าในหน่วยที่เกี่ยวกับการขจัดพวกเว็บขยะต่างๆ ออกไปจากสารบบของ Google นั่นเอง (แต่ผมว่างานนี้ท่าทางจะยากนะ ตราบใดที่เรายังนับถือเงินเหมือนอย่างกับพระเจ้าในสมัยนี้)</p>
<p>สำหรับคำถามในวีดีโอนี้ก็คือ <strong>ถ้าเราติดตั้ง Google Analytics เอาไว้ที่เว็บของเราแล้ว จะมีผลเสียต่อการจัดอันดับของเราในหน้า SERP ของ Google หรือเปล่า?</strong> </p>
<p>ว่าแล้วก็ไปดูคำตอบจากปากของคุณ Matt Cutts กันเลยดีกว่าครับ</p>
<p><span id="more-337"></span></p>
<p><object width="468" height="282"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/LLmO1GE4GvI&amp;hl=en_US&amp;fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/LLmO1GE4GvI&amp;hl=en_US&amp;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="468" height="282"></embed></object></p>
<p>ซึ่งคำตอบก็คือ &#8220;<strong>ไม่</strong>&#8221; นะครับผม แล้ว Matt Cutts ก็ยกตัวอย่างดีๆ ขึ้นมาอันนึงว่า ถ้าเว็บของเรามีการโหลดค่อนข้างช้าอยู่แล้วเนี่ย การที่เราใส่โค๊ด Google Analytics เข้าไป ก็จะทำให้เสียเวลามากขึ้นไปอีก ซึ่งพูดมาถึงตรงนี้ทาง Matt Cutts ก็เลยแนะนำถึงการติดตั้งโค๊ด Google Analytics แบบใหม่ ที่เรียกว่า <a href="http://code.google.com/apis/analytics/docs/tracking/asyncTracking.html">Asynchronous Tracking</a> มาให้พวกเราได้ใช้กัน </p>
<p>ซึ่งข้อดีของการใส่โค๊ด Google Analytics แบบใหม่นี้ จะทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาในการดาวน์โหลด แล้วก็รอการทำงานของฟังค์ชั่น Google Analytics ต่างๆ อย่างในแบบของเดิม เพราะว่าในเวอร์ชั่นใหม่นี้ มันจะโหลดแล้วก็ทำงานไปพร้อมๆ กับตอนที่เว็บของเรากำลังโหลดหน้าอยู่เลยนั่นเอง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pccompete.com/blog/%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89-google-analytics-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%87-google/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีการตั้งค่าให้แสดง Full URL ใน Google Analytics</title>
		<link>http://www.pccompete.com/blog/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87-full-url-%e0%b9%83%e0%b8%99-google-analytics/</link>
		<comments>http://www.pccompete.com/blog/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87-full-url-%e0%b9%83%e0%b8%99-google-analytics/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 11 Jul 2010 12:21:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>อรรถทวี เจริญวัฒนวิญญู</dc:creator>
				<category><![CDATA[Web Analytics]]></category>
		<category><![CDATA[Filter]]></category>
		<category><![CDATA[full url]]></category>
		<category><![CDATA[google analytics]]></category>
		<category><![CDATA[referring sites report]]></category>
		<category><![CDATA[User Defined Value]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pccompete.com/blog/?p=311</guid>
		<description><![CDATA[คือปกติแล้วใน Referring Sites Report (เมนู Traffic Sources -> Referring Sites) ของ Google Analytics มันจะแสดงแค่ชื่อของโดเมนเฉยๆ ไม่ได้บอกว่ามาจากหน้าอะไร แต่วิธีการต่อไปนี้เป็นการตั้งค่า User Defined Value ในส่วนของ Filter ขึ้นมา เพื่อที่จะทำให้เรารู้ได้ว่า Referring URL ที่เต็มๆ นั้นมาจากหน้าอะไร ก่อนอื่นให้เราเข้าไปตั้งค่า Filter ใน Filter Manager แล้วก็ให้กดตรง Add Filter Filter Name: Full Referrer (หรือชื่ออะไรก็ได้ที่เราต้องการ) Filter Type: Custom Filter แล้วก็เลือก Advanced Field A -> Extract A: Referral ให้ใส่ค่าเป็น (.*) Field [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คือปกติแล้วใน <strong>Referring Sites Report</strong> (เมนู <em>Traffic Sources</em> -> <em>Referring Sites</em>) ของ Google Analytics มันจะแสดงแค่ชื่อของโดเมนเฉยๆ ไม่ได้บอกว่ามาจากหน้าอะไร แต่วิธีการต่อไปนี้เป็นการตั้งค่า <strong>User Defined Value</strong> ในส่วนของ Filter ขึ้นมา เพื่อที่จะทำให้เรารู้ได้ว่า Referring URL ที่เต็มๆ นั้นมาจากหน้าอะไร</p>
<p><span id="more-311"></span></p>
<p>ก่อนอื่นให้เราเข้าไปตั้งค่า Filter ใน Filter Manager แล้วก็ให้กดตรง Add Filter</p>
<p>Filter Name: <em>Full Referrer</em> (หรือชื่ออะไรก็ได้ที่เราต้องการ)<br />
Filter Type: <em>Custom Filter</em> แล้วก็เลือก <em>Advanced</em><br />
Field A -> Extract A: <em>Referral</em> ให้ใส่ค่าเป็น <em>(.*)</em><br />
Field B -> Extract B: ไม่ต้องเปลี่ยน<br />
Output To -> Constructor: <em>User Defined</em> ให้ใส่ค่าเป็น <em>$A1</em><br />
Field A Required: <em>Yes</em><br />
Field B Required: <em>No</em><br />
Override Output Field: <em>Yes</em><br />
Case Sensitive: <em>No</em></p>
<p>เสร็จแล้วก็ให้ Add Filter ที่เราเพิ่งสร้างใหม่นี้เข้าไปใน Website Profile ที่เราต้องการจะใช้ Filter นี้</p>
<p>ดูรูปจากด้านล่างนี้เลยก็ได้ครับ</p>
<p><img src="http://www.pccompete.com/blog/wp-content/uploads/2010/07/filter-setting-e1278850549650.gif" alt="Filter Setting" title="Filter Setting" width="468" height="327" class="alignnone size-full wp-image-315" /></p>
<p>ซึ่งปกติแล้วใน Referring Sites Report เราก็จะเห็นตามแบบรูปด้านล่างนี้</p>
<p><img src="http://www.pccompete.com/blog/wp-content/uploads/2010/07/referring-site.gif" alt="Referring Site" title="Referring Site" width="385" height="322" class="alignnone size-full wp-image-312" /></p>
<p>ซึ่งพอหลังจากที่เราได้เพิ่ม Filter Full Referrer ที่เราพึ่งสร้างเสร็จเข้าไปแล้ว ให้เรารอผลการวิเคราะห์จากทาง Google ซักวันนึง (คือ Filter ที่เราเพิ่งสร้างใหม่นี้ จะไม่มีผลกับข้อมูลของผลวิเคราะห์ในวันที่ผ่านมาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งนอกจากการตั้งค่า Filter นี้แล้ว ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เราได้เข้าไปตั้งค่าใหม่ ใน Google Analytics ข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์มาก่อนหน้านี้แล้ว จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น จะมีผลใหม่เมื่อมีการผ่านการวิเคราะห์จากระบบในรอบต่อไปของทาง Google) </p>
<p>ทีนี้ให้เราเข้าไปดู Referring Sites Report อีกทีนึง ใน Column ที่ 2 ให้เราเปลี่ยนจาก None เป็น User Defined Value ก็จะเห็น URL ที่มาแบบครบถ้วน ทำให้เรารู้ได้ว่าคนที่เข้ามายังเว็บของเรานั้น มาจากลิงค์ไหนที่เว็บอื่นๆ นั่นเอง</p>
<p><img src="http://www.pccompete.com/blog/wp-content/uploads/2010/07/user-defined-referring-site.gif" alt="Referring Site Report - User Defined Value" title="Referring Site Report - User Defined Value" width="385" height="325" class="alignnone size-full wp-image-314" /></p>
<p>Via: <a href="http://www.sebastienpage.com/2009/05/06/google-analytics-trick-see-the-full-referring-url/">Sebastien Page</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pccompete.com/blog/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87-full-url-%e0%b9%83%e0%b8%99-google-analytics/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การวิเคราะห์เว็บไซต์ โดยใช้ Google Analytics แบบง่ายๆ</title>
		<link>http://www.pccompete.com/blog/web-analytics-using-google-analytics/</link>
		<comments>http://www.pccompete.com/blog/web-analytics-using-google-analytics/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 May 2008 05:30:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>อรรถทวี เจริญวัฒนวิญญู</dc:creator>
				<category><![CDATA[Web Analytics]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[google analytics]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pccompete.com/blog/?p=5</guid>
		<description><![CDATA[การวิเคราะห์ Website หรือที่เรียกว่า Web Analytics นั้น ก็คือการที่เราเอาข้อมูลของผู้ที่เข้ามาดู Website ของเรา นำมาศึกษา หรือว่าวิเคราะห์ดูต่อว่า เมื่อคนเหล่านั้นได้เข้ามาอ่าน หรือว่าเข้ามาใน Website ของเราแล้วเนี่ย พวกเค้าทำอะไรกัน ตัวอย่างง่ายๆ เช่น เราสามารถที่จะรู้ได้ว่า พวกเค้าใช้เวลาเท่าไหร่ในการอ่านเนื้อหาของ Website ของเราในแต่ละหน้า (Average Time On Page) หรือว่าเวลาทั้งหมดที่พวกเค้าอยู่ใน Website ของเรา หรือดูว่าคนเหล่านั้นหลังจากที่ได้เข้ามาที่หน้าแรกของเรา แล้วเค้าไปที่หน้าอื่นของเราอีกหรือเปล่า (Path Analysis) ซึ่งนี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ในการที่ Web Analytics สามารถช่วยเราตอบโจทย์เหล่านีได้ ในปัจจุบันก็มี Web Analytics Tools หลายๆ ตัวที่ออกมาให้เราได้ใช้กัน แต่ผมเชื่อว่าตอนนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก Google Analytics กันนะครับ ซึ่ง PCCompete! ของเราก็ใช้ Google Analytics [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การวิเคราะห์ Website หรือที่เรียกว่า Web Analytics นั้น ก็คือการที่เราเอาข้อมูลของผู้ที่เข้ามาดู Website ของเรา นำมาศึกษา หรือว่าวิเคราะห์ดูต่อว่า เมื่อคนเหล่านั้นได้เข้ามาอ่าน หรือว่าเข้ามาใน Website ของเราแล้วเนี่ย พวกเค้าทำอะไรกัน ตัวอย่างง่ายๆ เช่น เราสามารถที่จะรู้ได้ว่า พวกเค้าใช้เวลาเท่าไหร่ในการอ่านเนื้อหาของ Website ของเราในแต่ละหน้า (Average Time On Page) หรือว่าเวลาทั้งหมดที่พวกเค้าอยู่ใน Website ของเรา หรือดูว่าคนเหล่านั้นหลังจากที่ได้เข้ามาที่หน้าแรกของเรา แล้วเค้าไปที่หน้าอื่นของเราอีกหรือเปล่า (Path Analysis) ซึ่งนี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ในการที่ Web Analytics สามารถช่วยเราตอบโจทย์เหล่านีได้</p>
<p><span id="more-5"></span></p>
<div style="text-align: center;">
<script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-2933755376929099";
/* Referral 468x60, created 6/8/08 */
google_ad_slot = "5117631375";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
google_cpa_choice = ""; // on file
//-->
</script><br />
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script>
</div>
<p><img src="http://www.pccompete.com/blog/wp-content/uploads/2008/06/google-analytics-logo.jpg" border="0" alt="Google Analytics Logo" title="Google Analytics Logo" width="238" height="52" style="float:left; margin-right: 15px; padding: 0 5px;" />ในปัจจุบันก็มี Web Analytics Tools หลายๆ ตัวที่ออกมาให้เราได้ใช้กัน แต่ผมเชื่อว่าตอนนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก <a href="http://www.google.com/analytics" target="_blank">Google Analytics</a> กันนะครับ ซึ่ง PCCompete! ของเราก็ใช้ Google Analytics เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการวิเคราะห์ Website ของเราเหมือนกัน เหตุผลที่เราใช้ Google Analytics ก็ง่ายๆ นะครับ คือว่า 1) เราไม่ต้องเสียเงินในการที่จะใช้ Google Analytics 2) ง่ายมากๆ เพียงแค่ใส่ Google Analytics Tracking Code 3) Google Analytics มี Reports ให้เราได้ดูกันเยอะแยะมากมายเลยทีเดียว</p>
<p><img src="http://www.pccompete.com/blog/wp-content/uploads/2008/06/google-analytics.jpg" border="0" alt="Google Analytics" title="Google Analytics" width="183" height="166" style="float:right;" />แต่ปัญหาที่คนส่วนใหญ่มักจะเจอก็คือ เมื่อมี Reports เยอะแยะมากมายขนาดนี้แล้ว พวกเราจะดูหรือว่าทำความเข้าใจกับพวกมันได้ยังไงหมด แล้วก็เราจะเอา Reports ต่างๆ เหล่านี้มาช่วยในการตัดสินใจในการทำธุรกิจ Online หรือว่าช่วยในการพัฒนา Website ของเราได้ยังไง ผมก็เลยอยากจะสรุปให้ทุกคนได้ลองอ่านกัน รวมถึงพูดถึง Reports ที่สำคัญๆ ที่อยากให้ทุกคนได้เข้าไปดู แล้วก็ทำการวิเคราะห์ Website ของแต่ละคนกันต่อไป</p>
<p>แต่ว่าก่อนที่เราจะเข้าไปดู Reports ของแต่ละคนใน Google Analytics นั้น ผมอยากแนะนำให้ทุกคนลองคิดดูกันก่อนว่า ที่เรามี Website ของเรานั้น <strong>วัตถุประสงค์ของ Website เรานั้นคืออะไร?</strong> เพราะว่าถ้าเรามีวัตถุประสงค์ หรือว่ามีโจทย์มาให้เราได้คิดก่อนแล้ว เราก็จะสามารถที่จะดู Reports ต่างๆของเราในทีหลังได้ว่า ข้อมูลต่างๆ พวกนี้ สามารถที่จะตอบโจทย์ที่เราตั้งไว้ได้หรือไม่ ซึ่งอันนี้ถือว่าเป็นการบ้านข้อแรกที่สำคัญของทุกๆ คนกันก่อนเลยนะครับ</p>
<h3 style="display: inline;">6 Google Analytics Reports เบื้องต้นที่เราควรดู</h3>
<p> แล้วก็สามารถนำมาช่วยในการวิเคราะห์ Website ของเรา  </p>
<ol>
<li>
<h4>Bounce Rate <span style="font-size: 85%;">(Visitors -> Visitor Trending -> Bounce Rate)</span></h4>
<p>Bounce Rate ก็คือตัวเลขที่บอกว่า คนที่เข้ามาใน Website แล้วก็ออกจาก Website นั้นไปเลย โดยที่ไม่ได้ click เข้าไปอ่านต่อในหน้าอื่นๆ ของ Website นั้นๆ พูดง่ายๆ ก็คือเข้ามาในหน้าใดหน้านึงใน Website ปุ๊บแล้วก็ออกไปเลยปั๊บ ตัวเลขตรงนี้สำหรับผม ถือว่ามีความสำคัญมากเลยทีเดียว เพราะมันจะเป็นตัวเลขที่บอกว่า Website ของเรานั้นประสพความสำเร็จหรือไม่
<p><strong>แต่ว่าตัวเลขตัวนี้จะเป็นข้อยกเว้น สำหรับ Websites ที่เป็นจำพวก Blogs ต่างๆ</strong> เพราะว่าคนที่เข้ามาอ่าน Blogs นั้น ส่วนใหญ่พวกเค้ามักจะเข้ามาอ่านในหัวข้อล่าสุด ซึ่งพออ่านจบแล้วคนเหล่านั้นก็จะออกจาก Blogs นั้นไปเลย เพราะฉะนั้น Bounce Rate ของ Websites ที่เป็น Blogs นั้นมักจะสูงกว่า Websites ประเภทอื่นๆ</p>
</li>
<li>
<h4>Top Content <span style="font-size: 85%;">(Content -> Top Content)</span></h4>
<p>เราสามารถที่จะรู้ได้ว่าคนที่เข้ามา Website ของเรานั้น พวกเค้าสนใจในเรื่องไหน หรือว่าหน้าไหน ของเรามากที่สุด ซึ่งเราก็สามารถที่จะรู้ได้ว่า เราควรที่จะมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม ให้กับพวกเค้าในสิ่งที่พวกเค้าสนใจได้ ซึ่งข้อมูลตรงนี้จะเป็นส่วนที่เพิ่มไอเดียให้กับเราได้ดีเลยทีเดียว ในเรื่องที่เราจะเขียนในสิ่งต่างๆ ที่จะนำมาเพิ่มให้กับ Website ของเรา</li>
<li>
<h4>% Unique Pageviews ของหน้าแรก <span style="font-size: 85%;">(Content -> Top Content แล้วให้ดู Link ที่เป็นหน้าแรก หรือว่า &#8220;/&#8221; นั่นเอง)</span></h4>
<p>ในกรณีที่ Search Engines ต่างๆ ได้แสดงผล Website ของเราต่อคนที่ค้นหา ในหน้าที่ไม่ใช่หน้าแรกของเรา หรือที่เรียกว่า <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Deep_linking" target="_blank">Deep Links</a> นั้น เนื่องจากว่าไม่่จำเป็นเสมอไปที่ Search Engines จะแสดงผลเฉพาะหน้าแรกของเรา ให้กับคนที่ค้นหาทุกๆ ครั้ง ตัวอย่างเช่น หน้ารายละเอียดของสินค้าตัวใดตัวนึงใน Web E-Commerce ของเรา แล้วอีกอย่างนึงก็คือ ไม่จำเป็นเสมอไปที่ทุกๆ คนที่เข้ามาใน Website ของเราแล้ว จะเข้ามาอ่านหรือว่า click เข้าไปดูในหน้าแรกของเรา ซึ่งจากข้อมูลตรงนี้ก็จะบอกให้เราได้รู้ว่า เราควรที่จะใช้ความพยายาม หรือว่าเวลา ที่จะทุ่มเทในการปรับปรุงหน้าแรกของ Website เรามากน้อยแค่ไหน คือในบาง Website พวกเค้าจะใช้เวลา (รวมถึงเงิน) ในการปรับปรุงหน้าแรกของพวกเค้าให้ดูดีอยู่เสมอ โดยในขณะที่คนได้เข้าไปดูในหน้าแรกของเค้าน้อยมากๆ ซึ่งผลที่ได้ก็คือ มันอาจจะไม่คุ้มกับเงินหรือว่าเวลาที่เสียไป ในการปรับปรุงหน้าแรกของ Websites เค้า ซึ่งในขณะที่คนมักจะเข้าไปหน้าอื่นๆ ก่อนหน้าแรกของ Website</li>
<li>
<h4>Referring Sites <span style="font-size: 85%;">(Traffic Sources -> Referring Sites)</span></h4>
<p>เพื่อดูว่า Websites ไหนที่ส่ง Traffic เข้ามาที่ Website ของเรา ซึ่งเราสามารถที่จะใช้ข้อมูลตรงนี้มาดูว่า Website ไหนที่ส่ง Traffic มาให้เรามากๆ เราก็อาจที่จะติดต่อ หรือว่าคุยกับเค้าในเรื่องของการทำธุรกิจด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทำโฆษณา หรือว่าการทำการตลาดต่างๆ อื่นๆ ร่วมกันเป็นต้น</li>
<li>
<h4>Keywords <span style="font-size: 85%;">(Traffic Sources -> Keywords)</span></h4>
<p>รายงานนี้จะบอกได้ว่า Keywords คำไหน ที่คนได้ค้นหาผ่านทาง Search Engines ต่างๆ เช่น Google, Yahoo, MSN ก่อนที่จะมาเจอ Website ของเรา  ซึ่งใน Report นี้ก็จะแสดงรวมทั้ง Keywords ที่เราเสียเงินไปด้วย หรือที่เราเรียกว่า <strong>Pay Per Click</strong> นั่นเอง โดยที่เราสามารถที่จะใช้ Keywords ต่างๆ เหล่านี้มาทำการวิเคราะห์ดูว่า Website ของเรานั้น มีอะไรที่ตรงกับสิ่งที่พวกเค้ากำลังค้นหาอยู่หรือไม่ หรือในบางทีเราก็อาจจะเจอ Keywords แปลกๆ ที่เราคิดว่าสามารถที่จะนำเอามาทำการเขียนบทความต่างๆ ใน Website ของเราเพิ่มเติมอีกต่อไป
<p>พูดถึงกรณีที่ในบาง Website มีการใช้ Pay Per Click ในการทำการโฆษณา Website ของเค้า เราก็สามารถที่จะดู Bounce Rate ของแต่ละ Keyword ที่เค้าใช้ได้ ว่า Keyword ที่เค้าได้จ่ายเงินเสียไปนั้น คำไหนที่มี Bounce Rate สูงมากๆ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า Keyword นั้นๆ ไม่ตรงกับสิ่งที่คนเหล่านั้นค้นหา ซึ่งก็มีความจำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไขกันต่อไปเป็นต้น</p>
</li>
<li>
<h4>Site Overlay <span style="font-size: 85%;">(Content -> Site Overlay)</span></h4>
<p>รายงานนี้จะแสดงหน้า Website ของเราพร้อมกับที่จะมีพวกตัวเลขการ Click ต่างๆ อยู่ตาม Links ที่มีในหน้า Website เลย ซึ่งตรงนี้จะสะดวกมากในการดูตัวเลขพวกนี้ แต่ว่าเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องดู รายงาน Site Overlay ในทุกๆ หน้าของ Website เรา แต่อย่างน้อยเราก็ควรที่จะดู ในพวกหน้าที่อยู่ใน Top 10 ของเรา ซึ่งข้อมูลจากตรงนี้จะทำให้เราได้รู้ด้วยว่า พวกเมนู หรือว่า Links ต่างๆ ในหน้านั้นๆ มันทำงานได้ผลดีแล้วหรือไม่ ซึ่งในที่นี้หมายถึงว่า มันง่ายหรือว่าสะดวกให้แก่คนที่เข้ามาใน  Website ของเรา แล้วก็สามารถที่จะ click ไปไหน มาไหน ได้อย่างสะดวก ง่ายดาย หรือที่เรียกกันในวงการของคนพัฒนา Website ว่า <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Usability" target="_blank">Usability</a> นั่นเอง</li>
</ol>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pccompete.com/blog/web-analytics-using-google-analytics/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
