Thursday, March 11, 2010
 
 
 

SEO ทำยังไง? มาอ่านข้อแนะนำที่ถูกต้องโดยตรงจาก Google กันดีกว่า

ครับ ในที่สุดแล้วพี่ Google ของเราก็ได้ออก PDF ไฟล์มาให้เราได้ดาวน์โหลดกันไปอ่านกัน ไฟล์ชื่อ Google’s Search Engine Optimization Starter Guide ซึ่งเป็นเหมือนคู่มือเกี่ยวกับการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของพวกเรา อย่างถูกวิธี แล้วก็ตรงตามคำแนะนำที่ออกมาจากทาง Google โดยตรงเลย (และที่สำคัญฟรีด้วยครับ ตรงตามคอนเซ็ปต์ของพี่กูเกิ้ลเค้าเลย) ถ้าหากว่าใครยังไม่ได้ดาวน์โหลดมาอ่าน ก็สามารถคลิ๊กได้จากลิงค์ข้างๆ นี้เลยครับ http://www.google.com/webmasters/docs/search-engine-optimization-starter-guide.pdf

SEO @flickr - http://www.flickr.com/photos/14646537@N04/3044502216/

ที่นี้ถ้าหากว่าใครได้อ่านแล้ว ก็จะเห็นว่าข้อมูลต่างๆ นั้นก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ๆ แตกต่างมากไปจากข้อมูลที่มีอยู่บนเว็บไซต์ของทาง Google อยู่มากนั้น ซึ่งผมว่าข้อมูลส่วนใหญ่ พวกเทพๆ ทั้งหลายนั้นมักจะรู้กันอยู่แล้ว แต่ส่วนตัวผมเอง ผมคิดว่ามันสะดวก เป็นเหมือนคู่มือหรือว่าคำแนะนำที่ดีที่สุด (Best Practices) แล้วก็อ่านได้ง่ายกว่ากับการที่จะเข้าไปอ่านบนเว็บของทาง Google เอง เพราะว่าข้อมูลบนเว็บของพี่กูเกิ้ลนั้น เยอะมาก ถึงมากที่สุด จนบางทียังงงเลย ว่าตอนนี้เรามาหาข้อมูลเกี่ยวกับอะไรอยู่หว่า :)

ทีนี้ลองมาไล่อ่านกันดูดีกว่าว่าใน 22 หน้านั้น มีข้อมูลเกี่ยวกับอะไรบ้างใน Google’s Search Engine Optimization Starter Guide

  1. Create Unique, Accurate Page Titles (หน้า 2)
    คือทางกูเกิ้ลจะมองว่าในแต่ละหน้านั้น ควรจะมีชื่อ หรือว่า Title ของหน้านั้นไม่ซ้ำกัน แล้วก็สั้นๆ ได้ใจความ แล้วก็ต้องสื่อให้กับคนที่จะเข้ามาในเว็บไซต์เรานั้นรู้ได้ว่า หน้านี้มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับอะไรบ้าง Title & Meta Description Tag สำคัญมากแค่ไหน?
  2. Make use of the “description” meta tag (หน้า 4)
    อันนี้ก็เหมือนกับประโยคสั้นๆ ซัก 2 – 3 ประโยค ที่จะเกริ่นให้คนที่จะเข้ามาอ่านได้รู้ว่า เนื้อหานี้จะเกี่ยวกับอะไร นอกจากนั้น ทางกูเกิ้ลก็บอกว่า ไม่ควรที่จะเอาพวก Keywords ต่างๆ ยัดใส่เข้าไปใน Meta Description Tag นี้ด้วย
  3. Improve the structure of your URLs (หน้า 6)
    คือชื่อของลิงค์ หรือว่า URL นั้นควรที่จะสื่อได้ว่า เนื้อหาหน้านั้นเกี่ยวกับอะไร เพราะว่าเราเห็นลิงค์ที่เป็น URL ยาวๆ โดยเฉพาะพวกลิงค์ที่มีตัวแปร หรือว่า Query Strings ต่อท้ายมาด้วยเยอะๆ นั้น ก็อาจจะทำให้ไม่รู้ว่าลิงค์นี้เกี่ยวข้องกับอะไร
  4. Make your site easier to navigate (หน้า 9)
    คือมันคงไม่มีประโยชน์ใช่มั๊ยครับ ถ้าหากคนที่เข้ามาในเว็บของเรา แล้วไม่รู้ว่าจะคลิ๊กไปยังหน้าอื่นๆ ในเว็บของเราได้ยังไง โดยเฉพาะถ้าหากว่าเรามีเนื้อหาบนเว็บเยอะๆ แต่ว่าเมนูของเรานั้นใช้งานยาก เช่น ไม่มีการจัดหมวดหมู่ที่ดี หรือว่ามีเมนูเยอะแยะมากมาย โดยที่ทำให้คนที่เข้ามายังเว็บเรานั้นไม่รู้ว่า จะเข้าไปยังหน้าที่เค้าต้องการหาอ่านอยู่ได้ยังไง?
  5. Offer quality content and services (หน้า 11)
    ผมมองว่าอันนี้สำคัญมากที่สุด เพราะว่าธรรมชาติของมนุษย์นั้น มักจะต้องการอะไรที่ดีๆ (ถึงดีที่สุด) อยู่เสมอๆ เช่นเดียวกันครับ ถ้าเว็บของเรามีเนื้อหาที่ดีๆ ก็สามารถที่จะทำให้พวกเค้าเหล่านั้น กลับมายังเว็บไซต์ของเราได้อยู่เรื่อยๆ ครับ
  6. Write better anchor text (หน้า 13)
    เพื่อนๆ เคยอ่านเจอมั๊ยครับว่า ถ้าหากว่าไปทำการค้นหาบนกูเกิ้ลด้วย Keyword “Click Here” นั้นเราจะเจออะไรบนอันดับแรกใน หน้าเว็บของกูเกิ้ล? มันจะเป็นลิงค์ให้เข้าไปยังหน้าของ Adobe.com เพื่อที่จะทำการดาวน์โหลด Adobe Reader ซึ่งจะเห็นได้ว่าการทำ Anchor Text นั้นสำคัญมากๆ เลยทีเดียวสำหรับ Search Engine Robot ต่างๆ เพราะมันจะใช้คำที่อยู่ใน Anchor Text นั้นเป็นตัวบอกให้มันรู้ว่า หน้าเว็บที่มันกำลังจะไต่ไปนั้น มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับอะไร สำคัญมากๆ เลยนะครับ ข้อนี้
  7. Use heading tags appropriately (หน้า 14)
    ข้อนี้จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของการเขียนเนื้อหาให้ดูอ่านง่าย ไหลลื่น เป็นธรรมชาติ คือประมาณเหมือนละครซิทคอมที่มีฉากแรกเป็นตัวเกริ่นเรื่อง แล้วก็มาฉากเนื้อเรื่อง แล้วก็มาฉากจบตบท้าย โดยที่เราจะใช้พวก <h1> – <h6> มาเป็นตัวบอกว่าตอนนี้ เรากำลังอ่านอยู่ถึงส่วนไหนแล้ว ตอนไหน หัวข้อไหน สำคัญมากน้อยแค่ไหน
  8. Optimize your use of images (หน้า 15)
    คือพวก Search Engine Robots ทั้งหลายแหล่นั้น ไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่า รูปนั้นมันหมายถึงอะไร ดังนั้นเราควรที่จะใช้ “alt” Attribute ของ Image Tag เพื่อที่จะบอกให้ Robots รู้ได้ว่า รูปนั้นมันเกี่ยวกับอะไร
  9. Make effective use of robots.txt (หน้า 17)
    ซึ่ง robots.txt นั้นจะเป็นไฟล์ที่จะบอกให้ Robots นั้นรู้ว่า ลิงค์ไหน หรือว่าไดเร็กทอรี่ไหน ในเว็บของเรา ที่ไม่ต้องการให้ Robots นั้นไต่เข้ามา
  10. Be aware of rel=”nofollow” for links (หน้า 18)
    ถ้าใน Anchor Text ไหน เราใส่ nofollow เข้าไป มันก็จะบอกว่าลิงค์นี้ Robots ไม่ต้องไต่เข้าไป ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเว็บไซต์ที่เราส่ง Backlink เข้าไปนั้น จะไม่ได้รับคะแนนในเรื่องของ Page Reputation นั่นเอง
  11. Promote your website in the right ways (หน้า 20)
    วิธีที่ทางกูเกิ้ลแนะนำไว้ก็จะมีพวก Blog, Social Media Sites โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมกับกลุ่มคนที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกันอยู่ อ้อ อย่าลืมถึงวิธีการทำ SMO ด้วยนะครับผม
  12. Make use of free webmaster tools (หน้า 21)
    อันนี้ถือว่าเป็น Tools ที่สำคัญมากอันดับแรกๆ ของผมเลย แทนที่เราจะรอให้ Google ทำงานอยู่คนเดียว เราก็จะเป็นผู้ช่วย (ที่เต็มใจมาก) ในการที่จะบอกให้ Google รู้ว่า เว็บเรามี URL อะไรบ้างที่เราอยากให้ Google มา Index เอาไว้
  13. Take advantage of web analytics services (หน้า 21)
    ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องทำ (ไม่ใช่ตัวเลือก) เลย สำหรับผม ในเรื่องของ Web Analytics เพราะว่าเราจะรู้ข้อมูลของคนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บเราได้ ก็จาก Web Analytics ยิ่งเป็นข้อมูลที่เราได้มาฟรีๆ ไม่ต้องเสียเงินด้วย มีประโยชน์มากมายเลยนะครับ กับการวิเคราะห์เว็บไซต์ของเรา (อ่าน การวิเคราะห์เว็บไซต์ด้วย Google Analytics แบบง่ายๆ)

เป็นไงกันบ้างครับ กับการทำ SEO อย่างถูกวิธี ที่แนะนำโดย Google โดยตรง ถ้าหากว่าใครมีความคิดเห็น หรือว่ามีคำถาม ก็ฝากไว้ได้ที่คอมเม๊นท์เลยนะครับผม

Happy SEOing ครับ!

อรรถทวี เจริญวัฒนวิญญู
PCCompete!
Compete with No Others, But Yourself…

ร่วมด้วยช่วยกัน แบ่งปันสังคม
  • Facebook
  • Zickr
  • DuoCore
  • del.icio.us
  • Technorati
 

7 Comments

  1. Gravatar boydchan says:

    เยี่ยมฮะ! สรุปมาสั้นๆ ได้ใจความดี ผมมอง trend ของพี่กูว่าต่อไปเขาก็ต้องพัฒนา bot ของตัวเองให้เหมือนมนุษย์มากที่สุด (เหมือนหนัง Sci-fi หุ่นยนตร์่) เพื่อที่จะได้รู้ว่าธรรมชาติการหาข้อมูลของคนจริงๆ มันเป็นอย่างไร สำหรับคนทำเว็บอยากให้มองว่าเราทำเว็บให้คนอ่าน หากเนื้อหาน่าสนใจ สินค้าตรงความต้องการ มีหรือคนจะไม่อยากอ่าน หรือซื้อสินค้าที่เราขาย???

  2. Gravatar DK says:

    สรุปได้ดีครับ แต่ขอเสริมในบางเรื่องครับ จากข้อ (2) ที่ “ทางกูเกิ้บก็บอกว่า ไม่ควรที่จะเอาพวก Keywords ต่างๆ ยัดใส่เข้าไปใน Meta Description Tag นี้ด้วย” ผมขอเสริมดังนี้ จากข้อมูลเว็บไซต์หลายเว็บที่ให้ความรู้ในเรื่องนี้ จะเป็นการดีมากหากเราไม่เอาแต่ “Keyword” ล้วนๆ ไปไส่ไว้ในส่วนของ “Description” แต่จะส่งผลดียิ่งหากคุณนำ “Keyword” มาขยายความในส่วนนี้ในเชิง “Brief” รายละเอียด ซึ่งคุณอาจจะผสม “Keyword” ลงไปบ้างสัก 1-2 คำ ก็จะส่งผลดีต่อการ Cached page ของ “Robot” ครับ

  3. @BOYDCHAN ครับผม ทำให้คนอ่าน มีค่ามากกว่าทำให้หุ่นยนต์อ่าน “คุณค่า” น่ะเรื่องใหญ่ “เรื่องเงิน” เป็นเรื่องรองครับ :-)

    @DK เห็นด้วยครับ ที่ใน Meta Description Tag นั้น ควรจะมี Keywords ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของหน้านั้นๆ ด้วย เพราะว่าทาง Google จะเอาค่าของ Meta Description Tag นี้มาใชว์ไว้ในหน้า SERP ด้วย ซึ่งจะมีผลในการเพิ่มโอกาศ ในการที่จะให้คนที่ทำการค้นหานั้น ทำการคลิ๊กเข้าไปอ่านต่อยังหน้าเว็บนั้นๆ เนื่องด้วยเพราะว่ามี Description ที่บอกรายละเอียดเบื้องต้นให้รู้ว่า เนื้อหาของเว็บนั้นจะเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง

  4. Gravatar Piconets says:

    เจ๋งมากเลยครับ

  5. Gravatar Add URL says:

    ว้าว ว้าว ว้าว
    สุดยอดบทความที่ผมต้อง Bookmark ไว้อ่านหลายๆ รอบ
    สำหรับการปรับแต่งเว็บให้เป็นที่ชื่นชอบของ Search Engine อย่าง Google ปกติไม่ค่อยได้สนใจส่วนต่างๆ เท่าไหร่เลยครับ ทำเว็บสักแต่ว่าทำ ให้ออกมาแล้วเราชอบ แต่พออ่านบทความนี้ ผมต้องไปรือเว็บอีกหลายๆ เว็บเลยครับ เพื่อจะได้ทำอันดับดีๆ ตอนแรกผมเข้าใจว่าใส่ Keyword มากๆ จะดี แต่กลับเป็นผลเสียไปซะนี่ ต้องไปปรับเว็บกันใหม่แล้วละครับ

    ขอขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ครับ

  6. Gravatar AraiGunWa says:

    ขอบคุณมาก ๆ คับ สำหรับ ความรู้ดีๆ ที่พี่แบ่งปันให้มือใหม่ จะรีบเอาความรู้ไปปรับปรุง (ลองของ) นะคร๊าบบ

  7. Gravatar moomay says:

    โอ้ว์เทพมาก อ่านแล้วเลยรู้ว่าเราเองยังมีอีกตั้งหลายอย่างที่ต้องไปปรับแก้ไข

The Thesis Theme from Chris Pearson and DIYthemes

Reply to “SEO ทำยังไง? มาอ่านข้อแนะนำที่ถูกต้องโดยตรงจาก Google กันดีกว่า”

อ้อ! อย่าลืมโชว์รูปของคุณไว้กับคอมเม๊นต์ของคุณด้วยนะครับ :) Get Your Gravatar Here!