<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>PCCompete! &#187; SEO</title>
	<atom:link href="http://www.pccompete.com/blog/category/seo/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.pccompete.com/blog</link>
	<description>Compete with No Others, But Yourself...</description>
	<lastBuildDate>Mon, 21 Dec 2009 10:02:49 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>Google Squared คืออะไร?</title>
		<link>http://www.pccompete.com/blog/what-is-google-squared/</link>
		<comments>http://www.pccompete.com/blog/what-is-google-squared/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 13 May 2009 13:13:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Attawee Jaroenwattanawinyoo</dc:creator>
				<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[google labs]]></category>
		<category><![CDATA[google squared]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pccompete.com/blog/?p=135</guid>
		<description><![CDATA[ดูเหมือนว่าตอนนี้ทางพี่กูเกิ้ลของเรา กำลังจะออกของเล่นใหม่ๆ มาให้พวกเราได้ลองเล่นกันอีกแล้วนะครับ ของเล่นที่ว่านั้นมีชื่อว่า Google Squared ซึ่งคาดว่าน่าจะออกมาให้เราได้เล่นกันภายในเดือนนี้

โดยทาง Matt Cutts ได้เขียนบล็อกเกี่ยวกับ Google Squared ไว้ประมาณนี้นะครับ
&#8220;ถ้าคุณพิมพ์คำว่า &#8217;small dogs&#8217; ลงไป Google จะทำการส่งค่าตัวแปรต่างๆ ที่เกี่ยวกับกับ &#8217;small dogs&#8217; มาให้ เช่น ประเภท, น้ำหนัก เป็นต้น โดยเมื่อเราเพิ่มแถว (Row) เข้าไปใน Google Squared เช่น Lhasa Apso (AJ: ผมคิดว่าน่าจะเป็นชื่อของพันธุ์สุนัข) ทางโปรแกรมก็จะส่งผลของการค้นหาที่เกี่ยวข้องกับคำๆ นั้นมาให้ โดยที่เราสามารถที่จะเพิ่มค่าที่เราต้องการรู้ ในช่องที่เป็นคอลัมน์ได้ เช่น ถ้าเราอยากรู้ค่าที่เกี่ยวกับ &#8220;energy level&#8221; Google ก็จะพยายามค้นหาสิ่งที่เกี่ยวข้องกันระหว่างค่าที่อยู่ในแต่ละแถว กับแต่ละคอลัมน์นั้น โดยที่ผลลัพธ์ต่างๆ นั้น จะถูกแสดงออกมาให้อยู่ในรูปของตาราง (คล้ายๆ กับ Excel Sheet) ซึ่งในตัวอย่างนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ดูเหมือนว่าตอนนี้ทางพี่กูเกิ้ลของเรา กำลังจะออกของเล่นใหม่ๆ มาให้พวกเราได้ลองเล่นกันอีกแล้วนะครับ ของเล่นที่ว่านั้นมีชื่อว่า <strong>Google Squared</strong> ซึ่งคาดว่าน่าจะออกมาให้เราได้เล่นกันภายในเดือนนี้<br />
<span id="more-135"></span><br />
โดยทาง <a href="http://www.dullest.com/blog/google-searchology-2009-search-options-google-squared-rich-snippets/">Matt Cutts ได้เขียนบล็อกเกี่ยวกับ Google Squared</a> ไว้ประมาณนี้นะครับ</p>
<p><em>&#8220;ถ้าคุณพิมพ์คำว่า &#8217;small dogs&#8217; ลงไป Google จะทำการส่งค่าตัวแปรต่างๆ ที่เกี่ยวกับกับ &#8217;small dogs&#8217; มาให้ เช่น ประเภท, น้ำหนัก เป็นต้น โดยเมื่อเราเพิ่มแถว (Row) เข้าไปใน Google Squared เช่น Lhasa Apso (AJ: ผมคิดว่าน่าจะเป็นชื่อของพันธุ์สุนัข) ทางโปรแกรมก็จะส่งผลของการค้นหาที่เกี่ยวข้องกับคำๆ นั้นมาให้ โดยที่เราสามารถที่จะเพิ่มค่าที่เราต้องการรู้ ในช่องที่เป็นคอลัมน์ได้ เช่น ถ้าเราอยากรู้ค่าที่เกี่ยวกับ &#8220;energy level&#8221; Google ก็จะพยายามค้นหาสิ่งที่เกี่ยวข้องกันระหว่างค่าที่อยู่ในแต่ละแถว กับแต่ละคอลัมน์นั้น โดยที่ผลลัพธ์ต่างๆ นั้น จะถูกแสดงออกมาให้อยู่ในรูปของตาราง (คล้ายๆ กับ Excel Sheet) ซึ่งในตัวอย่างนี้ ก็จะทำการค้นหาน้ำหนักของสุนัขของแต่ละพันธุ์มาให้เราดูได้&#8221;</em></p>
<p>ไปดูวีดีโอกันดีกว่าครับ จะได้เห็นภาพกันง่าย ๆ</p>
<p><object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/t2onuEXThPs&#038;color1=0xb1b1b1&#038;color2=0xcfcfcf&#038;hl=en&#038;feature=player_embedded&#038;fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/t2onuEXThPs&#038;color1=0xb1b1b1&#038;color2=0xcfcfcf&#038;hl=en&#038;feature=player_embedded&#038;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>
<p>เป็นยังไงกันบ้างครับ น่าสนใจใช่มั๊ยฮะ? จะเห็นได้ว่าในแต่ละแถว แต่ละคอลัมน์ เราสามารถที่จะใส่คำอะไรลงไป ทำการค้นหาได้เลยนะครับ (โดยที่ทางกูเกิ้ลได้ใช้ฟีเจอร์ Query Suggestions มาช่วยด้วยตอนทำการค้นหา เจ๋งมาก ๆ)</p>
<p>เอ ว่าแต่ผมก็ยังไม่รู้นะครับ ว่ามันจะมีผลยังไงในเรื่องของการทำ SEO หรือเปล่า? (อ่าน <a href="http://www.pccompete.com/blog/14-simple-steps-for-on-page-seo/">14 ขั้นตอนง่ายๆ กับการทำ On-Page SEO</a>) ยังไงก็จับตาดูกันต่อไปนะครับผม ไม่แน่นะครับในอนาคต เราอาจไม่ต้องไปสนใจกันมากนักในเรื่องของ SEO กันแล้วก็ได้นะมั๊งครับ <img src='http://www.pccompete.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';-)' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pccompete.com/blog/what-is-google-squared/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>14 ขั้นตอนง่ายๆ กับการทำ On-Page SEO</title>
		<link>http://www.pccompete.com/blog/14-simple-steps-for-on-page-seo/</link>
		<comments>http://www.pccompete.com/blog/14-simple-steps-for-on-page-seo/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2009 16:30:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Attawee Jaroenwattanawinyoo</dc:creator>
				<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[on-page SEO]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pccompete.com/blog/?p=93</guid>
		<description><![CDATA[ลองอ่านกันดูนะครับ กับ 14 ขั้นตอนง่ายๆ ในการทำ On-Page SEO ในแบบของผม  


ตรวจสอบดูว่า HTML Source Code ของหน้านั้นไม่มี Markup Error (เช็คได้ที่ http://validator.w3.org/)
ในการตั้งชื่อ URL ให้ใช้ - (Hyphen) แทนการใช้ _ (Underscore) เพราะว่ากูเกิ้ลจะมองว่า bangkok-hotel.html = bangkok hotel ในขณะที่ bangkok_hotel.html = bangkokhotel
อย่าลืมตั้งค่า charset ให้ถูกต้อง เช่น &#60;meta http-equiv=&#8220;Content-Type&#8221; content=&#8220;text/html; charset=UTF-8&#8243; /&#62;
ใช้ Links ในส่วนของ Footer ให้เป็นประโยชน์ (เหมาะสำหรับพวก Long Tail Keywords)
Title Tag กับ Meta Description ของแต่ละหน้าในเว็บของเรา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ลองอ่านกันดูนะครับ กับ <strong>14 ขั้นตอนง่ายๆ ในการทำ On-Page SEO</strong> ในแบบของผม <img src='http://www.pccompete.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':-)' class='wp-smiley' /> </p>
<p><span id="more-93"></span></p>
<ol>
<li>ตรวจสอบดูว่า HTML Source Code ของหน้านั้นไม่มี Markup Error (เช็คได้ที่ <a href="http://validator.w3.org/">http://validator.w3.org/</a>)</li>
<li>ในการตั้งชื่อ URL ให้ใช้ <strong>- (Hyphen)</strong> แทนการใช้ <strong>_ (Underscore)</strong> เพราะว่ากูเกิ้ลจะมองว่า bangkok-hotel.html = bangkok hotel ในขณะที่ bangkok_hotel.html = bangkokhotel</li>
<li>อย่าลืมตั้งค่า charset ให้ถูกต้อง เช่น &lt;<span class="start-tag">meta</span><span class="attribute-name"> http-equiv</span>=<span class="attribute-value">&#8220;Content-Type&#8221; </span><span class="attribute-name">content</span>=<span class="attribute-value">&#8220;text/html; charset=UTF-8&#8243; </span><span class="error"><span class="attribute-name">/</span></span>&gt;</li>
<li>ใช้ Links ในส่วนของ Footer ให้เป็นประโยชน์ (เหมาะสำหรับพวก Long Tail Keywords)</li>
<li>Title Tag กับ Meta Description ของแต่ละหน้าในเว็บของเรา ต้องไม่ซ้ำกัน อันนี้สำคัญมากๆ (อ่านต่อ <a href="http://www.pccompete.com/blog/title-and-meta-description-tag/">Title &amp; Meta Description Tag &#8211; Tags นี้สำคัญแค่ไหน?)</a></li>
<li>ตั้งชื่อ Title ให้น่าสนใจ แล้วก็ควรที่จะเกี่ยวข้องกับ Keyword ที่เราทำการ Research มา</li>
<li>เขียน Meta Description ให้สอดคล้องกับ Title วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้คนที่ทำการค้นหานั้นอยากคลิ๊ก แล้วก็เข้ามาอ่านต่อในเว็บของเรา (เพราะว่า Google จะเอา Meta Description ไปแสดงในหน้าที่แสดงผลของการค้นหา)</li>
<li>ไม่ต้องกังวลกับ Meta Keywords มากนัก รวมทั้งไม่ควรใส่ Keywords ที่เป็น Money Keywords ของเราลงไปด้วย เพื่อป้องการการขโมยคีย์เวิรด์จากคู่แข่ง (โดยเฉพาะพวกที่ใช้ Tools ต่างๆ)</li>
<li>พวก CSS กับ JavaScripts ควรจะแยกออกไปเป็นไฟล์ไว้ข้างนอก เพื่อที่จะลดขนาด HTML ของหน้าเว็บนั้นๆ ซึ่งจะทำให้หน้าเว็บนั้น สามารถโหลดได้เร็วขึ้น</li>
<li>อย่าลืมความสำคัญของ Header Tags เช่น h1, h2</li>
<li>พวก Image Tag อย่าลืมใส่ค่าตรง alt ด้วย เช่น&lt;img src=&#8221;sample-image.jpg&#8221; <strong>alt=&#8221;This is a sample image&#8221;</strong> /&gt;</li>
<li>พยายามที่จะใส่ Keyword ไว้ในที่ต่างๆ เหล่านี้ เช่น Title Tag, Meta Description, h1, h2, ย่อหน้าแรกของเนื้อหา, URL ของหน้านั้นๆ เป็นต้น อาจจะใช้ตัวหน้า หรือว่าขีดเส้นใต้ให้กับ Keyword เหล่านั้นด้วยก็ได้</li>
<li>ใช้ Xenu ในการเช็ค Broken Links</li>
<li>สุดท้ายก็ทำการ Submit XML Sitemap ที่ Google Webmaster Tool</li>
</ol>
<p>ถ้าเพื่อนๆ คนไหนมีเทคนิค หรือว่ามีอะไรที่ต้องการจะเพิ่มเติม ก็สามารถแนะนำกันได้นะครับผม <img src='http://www.pccompete.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':-)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>อรรถทวี เจริญวัฒนวิญญู</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pccompete.com/blog/14-simple-steps-for-on-page-seo/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>11</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Canonical Tag มันคืออะไร?</title>
		<link>http://www.pccompete.com/blog/what-is-canonical-tag/</link>
		<comments>http://www.pccompete.com/blog/what-is-canonical-tag/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Mar 2009 16:31:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Attawee Jaroenwattanawinyoo</dc:creator>
				<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[canonical tag]]></category>
		<category><![CDATA[search engines]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pccompete.com/blog/?p=66</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับใครที่ทำ SEO แล้วก็มีเว็บไซต์ที่เป็น Dynamic URL เช่น http://www.example.com/page.html?sid=abcd123456265 ซึ่งโดยที่จริงแล้ว ลิงค์นี้มันก็จะชี้กลับไปยังหน้าเดียวกันกับ http://www.example.com/page.html นั่นเอง ซึ่งถ้าพูดในส่วนของ SEO แล้วละก็ จะพบว่านี่เป็นปัญหาทั่วๆ ไปที่มักจะพบเจอกัน นั่นก็คือ Duplicate Content ที่คนทำ SEO นั้นกลัวกันนัก กลัวกันหนานั่นเอง

ทีนี้มาดูกันว่า Canonical Tag นั้น มันคืออะไร?
เพื่อจะได้เห็นภาพได้ง่ายๆ ผมขอยกตัวอย่างนะครับ เช่น ผมต้องการให้ทาง Google เก็บ Index เฉพาะลิงค์นี้
http://www.pccompete.com/blog/category/seo/
โดยที่ลิงค์อื่นๆ ที่มี Query Strings ต่อท้ายมาให้ (สมมุติว่า CMS ของผมสร้างมาให้เองอัตโนมัติ เช่นพวก Session ID เป็นต้น) เช่น http://www.pccompete.com/blog/category/seo?sid=123456790 แต่ว่าผมไม่ต้องการให้ทาง Google ทำการ Index ลิงค์นี้ซึ่งมี Query Strings ต่อท้ายมา
วิธีการแก้ไขปัญหานี้ก็คือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สำหรับใครที่ทำ SEO แล้วก็มีเว็บไซต์ที่เป็น <strong>Dynamic URL</strong> เช่น http://www.example.com/page.html?sid=abcd123456265 ซึ่งโดยที่จริงแล้ว ลิงค์นี้มันก็จะชี้กลับไปยังหน้าเดียวกันกับ http://www.example.com/page.html นั่นเอง ซึ่งถ้าพูดในส่วนของ SEO แล้วละก็ จะพบว่านี่เป็นปัญหาทั่วๆ ไปที่มักจะพบเจอกัน นั่นก็คือ <strong><a href="http://www.pccompete.com/blog/what-is-duplicate-content-in-the-search-engines/">Duplicate Content</a></strong> ที่คนทำ SEO นั้นกลัวกันนัก กลัวกันหนานั่นเอง</p>
<p><span id="more-66"></span></p>
<h2>ทีนี้มาดูกันว่า Canonical Tag นั้น มันคืออะไร?</h2>
<p>เพื่อจะได้เห็นภาพได้ง่ายๆ ผมขอยกตัวอย่างนะครับ เช่น ผมต้องการให้ทาง Google เก็บ Index เฉพาะลิงค์นี้</p>
<p><strong>http://www.pccompete.com/blog/category/seo/</strong></p>
<p>โดยที่ลิงค์อื่นๆ ที่มี Query Strings ต่อท้ายมาให้ (สมมุติว่า CMS ของผมสร้างมาให้เองอัตโนมัติ เช่นพวก Session ID เป็นต้น) เช่น http://www.pccompete.com/blog/category/seo?sid=123456790 แต่ว่าผมไม่ต้องการให้ทาง Google ทำการ Index ลิงค์นี้ซึ่งมี Query Strings ต่อท้ายมา</p>
<p>วิธีการแก้ไขปัญหานี้ก็คือ ผมก็จะเข้าไปเพิ่ม Meta Tag ในส่วน Header  ของหน้าที่เป็น Duplicate Contents (หน้าที่ผมไม่ต้องการให้ทาง Google ทำการ Index)</p>
<p><strong>&lt;link rel=&#8221;canonical&#8221; href=&#8221;http://www.pccompete.com/blog/category/seo/&#8221; /&gt;</strong></p>
<p>ซึ่งหมายความว่า หน้าที่ผมต้องการให้ทาง Google ทำการ Index ก็คือ </p>
<p><strong>http://www.pccompete.com/blog/category/seo/</strong></p>
<p>วิธีการนี้ จะทำให้ Link Value ของหน้าที่เราต้องการ Index จริงๆ นั้น ไม่เสียไปให้กับหน้าอื่นๆ ที่เป็น Duplicate ได้ ซึ่งวิธีนี้ก็ช่วยให้เราไม่จำเป็นต้องไปยุ่งยากกับการทำ Redirect ใน htaccess ไฟล์เหมือนแต่ก่อน <img src='http://www.pccompete.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pccompete.com/blog/what-is-canonical-tag/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สรุป Google Zeitgeist ประเทศไทย ปี 2008</title>
		<link>http://www.pccompete.com/blog/google-zeitgeist-thailand-2008/</link>
		<comments>http://www.pccompete.com/blog/google-zeitgeist-thailand-2008/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2008 04:17:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Attawee Jaroenwattanawinyoo</dc:creator>
				<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[google zeitgeist 2008]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pccompete.com/blog/?p=50</guid>
		<description><![CDATA[ทาง Google ก็ได้ทำการสรุป Keywords ที่มีการค้นหาผ่านทาง Google Search Engine ประจำปี 2008 มาให้พวกเราได้ดูกันแล้วนะครับ ซึ่งคำที่มีการค้นมาแบบพุ่งแรงมากที่สุดในโลก ก็คือคำว่า Sarah Palin  รองลงมาก็คือ beijing 2008 ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับมหกรรมโอลิมปิกที่เพิ่งผ่านมา นั่นเอง แล้วก็มีการค้นหาเกี่ยวกับดารา heath ledger ที่ได้เสียชีวิตไปในปีนี้ด้วย ในขณะที่คำว่า obama ก็เป็นอีกคำนึงที่มีการค้นหาติด 1 ใน 10 ของโลกเหมือนกัน

ทีนี้มาดูของประเทศไทยเรากันบ้างครับ ว่ามีการค้นหาคำไหนมากที่สุด ในปี 2008 คำค้นหาที่พุ่งแรง (Fastest Rising) ก็จะมีคำที่เกี่ยวกับเว็บ Social Network สุดฮิตในเมืองไทย Hi5 แล้วก็พวกคำว่า แต่ง hi5 สกิน คำค้นหาพุ่งแรงที่เกี่ยวกับพระราชวงศ์ เช่น เพลงแสงหนึ่ง พระพี่นาง เศรษฐกิจพอเพียง พระราชกรณียกิจ เป็นต้น
คำยอดนิยม (Most [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ทาง Google ก็ได้ทำการสรุป Keywords ที่มีการค้นหาผ่านทาง Google Search Engine ประจำปี 2008 มาให้พวกเราได้ดูกันแล้วนะครับ ซึ่งคำที่มีการค้นมาแบบพุ่งแรงมากที่สุดในโลก ก็คือคำว่า <em class="blue">Sarah Palin</em>  รองลงมาก็คือ <em class="blue">beijing 2008</em> ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับมหกรรมโอลิมปิกที่เพิ่งผ่านมา นั่นเอง แล้วก็มีการค้นหาเกี่ยวกับดารา <em class="blue">heath ledger</em> ที่ได้เสียชีวิตไปในปีนี้ด้วย ในขณะที่คำว่า <em class="blue">obama</em> ก็เป็นอีกคำนึงที่มีการค้นหาติด 1 ใน 10 ของโลกเหมือนกัน<br />
<span id="more-50"></span></p>
<p>ทีนี้มาดูของประเทศไทยเรากันบ้างครับ ว่ามี<a href="http://www.google.com/intl/en/press/zeitgeist2008/index.html" target="_blank">การค้นหาคำไหนมากที่สุด ในปี 2008</a> <strong>คำค้นหาที่พุ่งแรง (Fastest Rising)</strong> ก็จะมีคำที่เกี่ยวกับ<a href="http://www.pccompete.com/blog/social-network-types/">เว็บ Social Network</a> สุดฮิตในเมืองไทย <em class="blue">Hi5</em> แล้วก็พวกคำว่า <em class="blue">แต่ง hi5 สกิน</em> <strong>คำค้นหาพุ่งแรงที่เกี่ยวกับพระราชวงศ์</strong> เช่น <em class="blue">เพลงแสงหนึ่ง พระพี่นาง เศรษฐกิจพอเพียง พระราชกรณียกิจ</em> เป็นต้น</p>
<p><strong>คำยอดนิยม (Most Popular)</strong> ก็ยังเป็นพวก <em class="blue">เพลง เกมส์ ฟัง เพลง hi5 งาน mp3</em> ส่วนคำที่เกี่ยวกับพวกดารา นักร้อง ก็จะมีคำว่า <em class="blue">ยอดรัก</em> ศิลปินลูกทุ่งชื่อดังที่เสียชีวิตไปในปีนี้ <strong>คำค้นหามาแรงที่เกี่ยวข้องกับโอลิมปิก (Olympics)</strong> ก็จะมี <em class="blue">ปักกิ่ง 2008 โอลิมปิก มวยสากล โอลิมปิก มนัส บุญจำนง สมจิตร เก๋ ประภาวดี</em> ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเลย เพราะว่านักกีฬาชื่อดังเหล่านี้ เป็นคนที่นำเหรียญรางวัลมาให้พี่น้องชาวไทยได้ชื่นชม พวกเราก็เลยทำการค้นหา เกี่ยวกับพวกเค้ามากขึ้นกันนั่นเอง <img src='http://www.pccompete.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>การท่องเที่ยวในประเทศก็เป็นอีกหนึ่งหัวข้อ ที่ได้รับความสนใจมาก ซึ่ง<strong>คำค้นหามาแรงที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ท่องเที่ยว (Local destinations)</strong> ก็จะมี <em class="blue">ปาย หัวหิน ชะอำ พัทยา วังน้ำเขียว</em> เป็นต้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pccompete.com/blog/google-zeitgeist-thailand-2008/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>SEO ทำยังไง? มาอ่านข้อแนะนำที่ถูกต้องโดยตรงจาก Google กันดีกว่า</title>
		<link>http://www.pccompete.com/blog/how-to-do-seo-from-google/</link>
		<comments>http://www.pccompete.com/blog/how-to-do-seo-from-google/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 25 Nov 2008 02:31:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Attawee Jaroenwattanawinyoo</dc:creator>
				<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pccompete.com/blog/?p=47</guid>
		<description><![CDATA[ครับ ในที่สุดแล้วพี่ Google ของเราก็ได้ออก PDF ไฟล์มาให้เราได้ดาวน์โหลดกันไปอ่านกัน ไฟล์ชื่อ Google&#8217;s Search Engine Optimization Starter Guide ซึ่งเป็นเหมือนคู่มือเกี่ยวกับการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของพวกเรา อย่างถูกวิธี แล้วก็ตรงตามคำแนะนำที่ออกมาจากทาง Google โดยตรงเลย (และที่สำคัญฟรีด้วยครับ ตรงตามคอนเซ็ปต์ของพี่กูเกิ้ลเค้าเลย) ถ้าหากว่าใครยังไม่ได้ดาวน์โหลดมาอ่าน ก็สามารถคลิ๊กได้จากลิงค์ข้างๆ นี้เลยครับ http://www.google.com/webmasters/docs/search-engine-optimization-starter-guide.pdf







ที่นี้ถ้าหากว่าใครได้อ่านแล้ว ก็จะเห็นว่าข้อมูลต่างๆ นั้นก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ๆ แตกต่างมากไปจากข้อมูลที่มีอยู่บนเว็บไซต์ของทาง Google อยู่มากนั้น ซึ่งผมว่าข้อมูลส่วนใหญ่ พวกเทพๆ ทั้งหลายนั้นมักจะรู้กันอยู่แล้ว แต่ส่วนตัวผมเอง ผมคิดว่ามันสะดวก เป็นเหมือนคู่มือหรือว่าคำแนะนำที่ดีที่สุด (Best Practices) แล้วก็อ่านได้ง่ายกว่ากับการที่จะเข้าไปอ่านบนเว็บของทาง Google เอง เพราะว่าข้อมูลบนเว็บของพี่กูเกิ้ลนั้น เยอะมาก ถึงมากที่สุด จนบางทียังงงเลย ว่าตอนนี้เรามาหาข้อมูลเกี่ยวกับอะไรอยู่หว่า  
ทีนี้ลองมาไล่อ่านกันดูดีกว่าว่าใน 22 หน้านั้น มีข้อมูลเกี่ยวกับอะไรบ้างใน Google&#8217;s Search Engine [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ครับ ในที่สุดแล้วพี่ Google ของเราก็ได้ออก PDF ไฟล์มาให้เราได้ดาวน์โหลดกันไปอ่านกัน ไฟล์ชื่อ <strong>Google&#8217;s Search Engine Optimization Starter Guide</strong> ซึ่งเป็นเหมือนคู่มือเกี่ยวกับการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของพวกเรา อย่างถูกวิธี แล้วก็ตรงตามคำแนะนำที่ออกมาจากทาง Google โดยตรงเลย (และที่สำคัญฟรีด้วยครับ ตรงตามคอนเซ็ปต์ของพี่กูเกิ้ลเค้าเลย) ถ้าหากว่าใครยังไม่ได้ดาวน์โหลดมาอ่าน ก็สามารถคลิ๊กได้จากลิงค์ข้างๆ นี้เลยครับ <a href="http://www.google.com/webmasters/docs/search-engine-optimization-starter-guide.pdf">http://www.google.com/webmasters/docs/search-engine-optimization-starter-guide.pdf</a><br />
<span id="more-47"></span></p>
<div style="text-align:center;">
<a href='http://www.pccompete.com/blog/wp-content/uploads/2008/11/seo.jpg' rel="lightbox[47]"><img src="http://www.pccompete.com/blog/wp-content/uploads/2008/11/seo-300x225.jpg" alt="SEO @flickr - http://www.flickr.com/photos/14646537@N04/3044502216/" title="SEO @flickr - http://www.flickr.com/photos/14646537@N04/3044502216/" width="300" height="225" /></a>
</div>
<p><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-2933755376929099";
google_ad_slot = "5037432297";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 15;
//--></script>
<script type="text/javascript" src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js"></script>
</p>
<p>ที่นี้ถ้าหากว่าใครได้อ่านแล้ว ก็จะเห็นว่าข้อมูลต่างๆ นั้นก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ๆ แตกต่างมากไปจากข้อมูลที่มีอยู่บนเว็บไซต์ของทาง Google อยู่มากนั้น ซึ่งผมว่าข้อมูลส่วนใหญ่ พวกเทพๆ ทั้งหลายนั้นมักจะรู้กันอยู่แล้ว แต่ส่วนตัวผมเอง ผมคิดว่ามันสะดวก เป็นเหมือนคู่มือหรือว่าคำแนะนำที่ดีที่สุด (Best Practices) แล้วก็อ่านได้ง่ายกว่ากับการที่จะเข้าไปอ่านบนเว็บของทาง Google เอง เพราะว่าข้อมูลบนเว็บของพี่กูเกิ้ลนั้น เยอะมาก ถึงมากที่สุด จนบางทียังงงเลย ว่าตอนนี้เรามาหาข้อมูลเกี่ยวกับอะไรอยู่หว่า <img src='http://www.pccompete.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>ทีนี้ลองมาไล่อ่านกันดูดีกว่าว่าใน 22 หน้านั้น มีข้อมูลเกี่ยวกับอะไรบ้างใน <strong>Google&#8217;s Search Engine Optimization Starter Guide</strong></p>
<ol>
<li><strong>Create Unique, Accurate Page Titles (หน้า 2)</strong><br />
คือทางกูเกิ้ลจะมองว่าในแต่ละหน้านั้น ควรจะมีชื่อ หรือว่า Title ของหน้านั้นไม่ซ้ำกัน แล้วก็สั้นๆ ได้ใจความ แล้วก็ต้องสื่อให้กับคนที่จะเข้ามาในเว็บไซต์เรานั้นรู้ได้ว่า หน้านี้มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับอะไรบ้าง <a href="http://www.pccompete.com/blog/title-and-meta-description-tag/">Title &amp; Meta Description Tag สำคัญมากแค่ไหน?</a></li>
<li><strong>Make use of the &#8220;description&#8221; meta tag (หน้า 4)</strong><br />
อันนี้ก็เหมือนกับประโยคสั้นๆ ซัก 2 &#8211; 3 ประโยค ที่จะเกริ่นให้คนที่จะเข้ามาอ่านได้รู้ว่า เนื้อหานี้จะเกี่ยวกับอะไร นอกจากนั้น ทางกูเกิ้ลก็บอกว่า ไม่ควรที่จะเอาพวก Keywords ต่างๆ ยัดใส่เข้าไปใน Meta Description Tag นี้ด้วย</li>
<li><strong>Improve the structure of your URLs (หน้า 6)</strong><br />
คือชื่อของลิงค์ หรือว่า URL นั้นควรที่จะสื่อได้ว่า เนื้อหาหน้านั้นเกี่ยวกับอะไร เพราะว่าเราเห็นลิงค์ที่เป็น URL ยาวๆ โดยเฉพาะพวกลิงค์ที่มีตัวแปร หรือว่า Query Strings ต่อท้ายมาด้วยเยอะๆ นั้น ก็อาจจะทำให้ไม่รู้ว่าลิงค์นี้เกี่ยวข้องกับอะไร</li>
<li><strong>Make your site easier to navigate (หน้า 9)</strong><br />
คือมันคงไม่มีประโยชน์ใช่มั๊ยครับ ถ้าหากคนที่เข้ามาในเว็บของเรา แล้วไม่รู้ว่าจะคลิ๊กไปยังหน้าอื่นๆ ในเว็บของเราได้ยังไง โดยเฉพาะถ้าหากว่าเรามีเนื้อหาบนเว็บเยอะๆ แต่ว่าเมนูของเรานั้นใช้งานยาก เช่น ไม่มีการจัดหมวดหมู่ที่ดี หรือว่ามีเมนูเยอะแยะมากมาย โดยที่ทำให้คนที่เข้ามายังเว็บเรานั้นไม่รู้ว่า จะเข้าไปยังหน้าที่เค้าต้องการหาอ่านอยู่ได้ยังไง?</li>
<li><strong>Offer quality content and services (หน้า 11)</strong><br />
ผมมองว่าอันนี้สำคัญมากที่สุด เพราะว่าธรรมชาติของมนุษย์นั้น มักจะต้องการอะไรที่ดีๆ (ถึงดีที่สุด) อยู่เสมอๆ เช่นเดียวกันครับ ถ้าเว็บของเรามีเนื้อหาที่ดีๆ ก็สามารถที่จะทำให้พวกเค้าเหล่านั้น กลับมายังเว็บไซต์ของเราได้อยู่เรื่อยๆ ครับ</li>
<li><strong>Write better anchor text (หน้า 13)</strong><br />
เพื่อนๆ เคยอ่านเจอมั๊ยครับว่า ถ้าหากว่าไปทำการค้นหาบนกูเกิ้ลด้วย Keyword &#8220;<a href="http://www.google.co.th/search?q=Click+Here&#038;ie=utf-8&#038;oe=utf-8&#038;aq=t&#038;rls=org.mozilla:en-US:official&#038;client=firefox-a" target="_blank" rel="nofollow">Click Here</a>&#8221; นั้นเราจะเจออะไรบนอันดับแรกใน หน้าเว็บของกูเกิ้ล? มันจะเป็นลิงค์ให้เข้าไปยังหน้าของ Adobe.com เพื่อที่จะทำการดาวน์โหลด Adobe Reader ซึ่งจะเห็นได้ว่าการทำ Anchor Text นั้นสำคัญมากๆ เลยทีเดียวสำหรับ Search Engine Robot ต่างๆ เพราะมันจะใช้คำที่อยู่ใน Anchor Text นั้นเป็นตัวบอกให้มันรู้ว่า หน้าเว็บที่มันกำลังจะไต่ไปนั้น มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับอะไร สำคัญมากๆ เลยนะครับ ข้อนี้</li>
<li><strong>Use heading tags appropriately (หน้า 14)</strong><br />
ข้อนี้จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของการเขียนเนื้อหาให้ดูอ่านง่าย ไหลลื่น เป็นธรรมชาติ คือประมาณเหมือนละครซิทคอมที่มีฉากแรกเป็นตัวเกริ่นเรื่อง แล้วก็มาฉากเนื้อเรื่อง แล้วก็มาฉากจบตบท้าย โดยที่เราจะใช้พวก <strong>&lt;h1&gt; &#8211; &lt;h6&gt;</strong> มาเป็นตัวบอกว่าตอนนี้ เรากำลังอ่านอยู่ถึงส่วนไหนแล้ว ตอนไหน หัวข้อไหน สำคัญมากน้อยแค่ไหน</li>
<li><strong>Optimize your use of images (หน้า 15)</strong><br />
คือพวก Search Engine Robots ทั้งหลายแหล่นั้น ไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่า รูปนั้นมันหมายถึงอะไร ดังนั้นเราควรที่จะใช้ &#8220;alt&#8221; Attribute ของ Image Tag เพื่อที่จะบอกให้ Robots รู้ได้ว่า รูปนั้นมันเกี่ยวกับอะไร</li>
<li><strong>Make effective use of robots.txt (หน้า 17)</strong><br />
ซึ่ง robots.txt นั้นจะเป็นไฟล์ที่จะบอกให้ Robots นั้นรู้ว่า ลิงค์ไหน หรือว่าไดเร็กทอรี่ไหน ในเว็บของเรา ที่ไม่ต้องการให้ Robots นั้นไต่เข้ามา</li>
<li><strong>Be aware of rel=&#8221;nofollow&#8221; for links (หน้า 18)</strong><br />
ถ้าใน Anchor Text ไหน เราใส่ nofollow เข้าไป มันก็จะบอกว่าลิงค์นี้ Robots ไม่ต้องไต่เข้าไป ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเว็บไซต์ที่เราส่ง Backlink เข้าไปนั้น จะไม่ได้รับคะแนนในเรื่องของ Page Reputation นั่นเอง</li>
<li><strong>Promote your website in the right ways (หน้า 20)</strong><br />
วิธีที่ทางกูเกิ้ลแนะนำไว้ก็จะมีพวก Blog, <a href="http://www.pccompete.com/blog/social-network-types/">Social Media Sites</a> โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมกับกลุ่มคนที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกันอยู่ อ้อ อย่าลืมถึงวิธี<a href="http://www.pccompete.com/blog/what-is-smo/">การทำ SMO</a> ด้วยนะครับผม</li>
<li><strong>Make use of free webmaster tools (หน้า 21)</strong><br />
อันนี้ถือว่าเป็น Tools ที่สำคัญมากอันดับแรกๆ ของผมเลย แทนที่เราจะรอให้ Google ทำงานอยู่คนเดียว เราก็จะเป็นผู้ช่วย (ที่เต็มใจมาก) ในการที่จะบอกให้ Google รู้ว่า เว็บเรามี URL อะไรบ้างที่เราอยากให้ Google มา Index เอาไว้</li>
<li><strong>Take advantage of web analytics services (หน้า 21)</strong><br />
ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องทำ (ไม่ใช่ตัวเลือก) เลย สำหรับผม ในเรื่องของ Web Analytics เพราะว่าเราจะรู้ข้อมูลของคนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บเราได้ ก็จาก Web Analytics ยิ่งเป็นข้อมูลที่เราได้มาฟรีๆ ไม่ต้องเสียเงินด้วย มีประโยชน์มากมายเลยนะครับ กับการวิเคราะห์เว็บไซต์ของเรา (อ่าน <a href="http://www.pccompete.com/blog/web-analytics-using-google-analytics/">การวิเคราะห์เว็บไซต์ด้วย Google Analytics แบบง่ายๆ</a>)</li>
</ol>
<p>เป็นไงกันบ้างครับ กับการทำ SEO อย่างถูกวิธี ที่แนะนำโดย Google โดยตรง ถ้าหากว่าใครมีความคิดเห็น หรือว่ามีคำถาม ก็ฝากไว้ได้ที่คอมเม๊นท์เลยนะครับผม</p>
<p>Happy SEOing ครับ!</p>
<p>อรรถทวี เจริญวัฒนวิญญู<br />
PCCompete!<br />
Compete with No Others, But Yourself…</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pccompete.com/blog/how-to-do-seo-from-google/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Google Search Engine Results Page สำหรับเว็บบอร์ด</title>
		<link>http://www.pccompete.com/blog/google-serp-for-webboards/</link>
		<comments>http://www.pccompete.com/blog/google-serp-for-webboards/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 12 Nov 2008 11:20:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Attawee Jaroenwattanawinyoo</dc:creator>
				<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pccompete.com/blog/?p=45</guid>
		<description><![CDATA[มีใครได้สังเกตกันบ้างมั๊ยครับว่า ในหน้าของ Google SERP (Search Engine Results Page) นั้น มักจะมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอๆ โดยที่บางครั้งเราแทบจะไม่รู้ตัวเลยว่า มันมีการเปลี่ยนแปลงที่ตรงจุดไหนกันบ้าง?

ถ้าดูจากรูปข้างล่างนี้ จะเห็นได้ว่า Google นั้นแสดงผลการค้นหาของหน้าเว็บที่อยู่บนเว็บเครือข่ายสังคม ประเภท Webboard หรือว่า Forum แตกต่างจากหน้าเว็บแบบอื่นๆ คือ มันจะแสดงถึง จำนวนของโพสที่อยู่ในหน้านั้นๆ แล้วก็จำนวนของคนที่ตอบด้วย

จากรูปตัวอย่างข้างบนจะเห็นได้ว่า ในหน้าลิงค์นี้มีคนมาโพสทั้งหมด 6 ครั้ง จากผู้ตอบ 4 คน ซึ่งตัวเลขนี้สามารถช่วยให้เราประหยัดเวลาไปได้เหมือนกัน เพราะถ้าหากว่ายังไม่มีใครมาโพสคำตอบเอาไว้ เราก็สามารถที่จะข้ามไปอ่านที่ลิงค์อื่นต่อได้เลย
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มีใครได้สังเกตกันบ้างมั๊ยครับว่า ในหน้าของ Google SERP (<a title="Search engine results page - Wikipedia" href="http://en.wikipedia.org/wiki/SERP" target="_blank">Search Engine Results Page</a>) นั้น มักจะมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอๆ โดยที่บางครั้งเราแทบจะไม่รู้ตัวเลยว่า มันมีการเปลี่ยนแปลงที่ตรงจุดไหนกันบ้าง?</p>
<p><span id="more-45"></span></p>
<p>ถ้าดูจากรูปข้างล่างนี้ จะเห็นได้ว่า Google นั้นแสดงผลการค้นหาของหน้าเว็บที่อยู่บน<a href="http://www.pccompete.com/blog/social-network-types/">เว็บเครือข่ายสังคม</a> ประเภท Webboard หรือว่า Forum แตกต่างจากหน้าเว็บแบบอื่นๆ คือ มันจะแสดงถึง <strong>จำนวนของโพสที่</strong>อยู่ในหน้านั้นๆ แล้วก็<strong>จำนวนของคนที่ตอบ</strong>ด้วย</p>
<p><a href="http://www.pccompete.com/blog/wp-content/uploads/2008/11/google-serp.png" rel="lightbox[45]"><img title="Google SERP for Webboards" src="http://www.pccompete.com/blog/wp-content/uploads/2008/11/google-serp.png" alt="Google SERP for Webboards" width="363px" height="63px" /></a></p>
<p>จากรูปตัวอย่างข้างบนจะเห็นได้ว่า ในหน้าลิงค์นี้<em>มีคนมาโพสทั้งหมด 6 ครั้ง จากผู้ตอบ 4 คน</em> ซึ่งตัวเลขนี้สามารถช่วยให้เราประหยัดเวลาไปได้เหมือนกัน เพราะถ้าหากว่ายังไม่มีใครมาโพสคำตอบเอาไว้ เราก็สามารถที่จะข้ามไปอ่านที่ลิงค์อื่นต่อได้เลย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pccompete.com/blog/google-serp-for-webboards/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Free Links to Your Site จาก Matt Cutts!</title>
		<link>http://www.pccompete.com/blog/free-links-to-your-site-from-matt-cutts/</link>
		<comments>http://www.pccompete.com/blog/free-links-to-your-site-from-matt-cutts/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Oct 2008 10:07:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Attawee Jaroenwattanawinyoo</dc:creator>
				<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[google webmaster tools]]></category>
		<category><![CDATA[Matt Cutts]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pccompete.com/blog/?p=44</guid>
		<description><![CDATA[เอ่อคือถ้าใครที่เห็นหัวข้อโพสนี้ของผม ก็อย่าเพิ่งตกใจ หรือว่าอิจฉากันนะครับว่า มิสเตอร์ Matt Cutts แห่ง Google จะทำการส่ง Backlinks มาที่เว็บผม (เอ ว่าแต่ถ้าเค้าอ่านภาษาไทยออก ผมก็อยากให้เค้าลองอ่านดูนะฮะ เผื่อจะได้มี Link Love จากทางพี่แกบ้าง ฮาๆๆ)

มาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ คือหลังจากที่ผมได้เช็ค Google Reader ที่ผมได้ไปทำการสมัครพวก RSS Feeds ทั้งหลายแหล่เอาไว้  (RSS ดีอย่างไร?) ก็พอดีเห็นตาแม็ทคนนี้บอกไว้ว่า ตอนนี้ที่ Google Webmaster Tools นั้นได้มีการเพิ่มฟีเจอร์ ที่ผมคิดว่าสำคัญมากๆ เข้าไปใน เครื่องมือของ Google Webmaster แล้ว ซึ่งนั่นก็คือ รายชื่อของลิงค์ที่มีการใส่ลิงค์ กลับมาที่หน้าเว็บของเรา ที่เป็นหน้า 404 หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า Broken Links หรือว่า หน้าที่ไม่มีอยู่จริง นั่นเอง
ซึ่งถ้าใครที่ล๊อกอินเข้าไปใน Google Webmaster [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เอ่อคือถ้าใครที่เห็นหัวข้อโพสนี้ของผม ก็อย่าเพิ่งตกใจ หรือว่าอิจฉากันนะครับว่า มิสเตอร์ <a href="http://www.mattcutts.com/blog" target="_blank">Matt Cutts</a> แห่ง Google จะทำการส่ง Backlinks มาที่เว็บผม (เอ ว่าแต่ถ้าเค้าอ่านภาษาไทยออก ผมก็อยากให้เค้าลองอ่านดูนะฮะ เผื่อจะได้มี Link Love จากทางพี่แกบ้าง ฮาๆๆ)</p>
<p><span id="more-44"></span></p>
<p>มาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ คือหลังจากที่ผมได้เช็ค Google Reader ที่ผมได้ไปทำการสมัครพวก RSS Feeds ทั้งหลายแหล่เอาไว้  (<a href="http://www.pccompete.com/blog/what-is-rss/">RSS ดีอย่างไร</a>?) ก็พอดีเห็นตาแม็ทคนนี้บอกไว้ว่า ตอนนี้ที่ <a href="http://www.google.com/webmasters/tools/">Google Webmaster Tools</a> นั้นได้มีการเพิ่มฟีเจอร์ ที่ผมคิดว่าสำคัญมากๆ เข้าไปใน เครื่องมือของ Google Webmaster แล้ว ซึ่งนั่นก็คือ <strong>รายชื่อของลิงค์ที่มีการใส่ลิงค์ กลับมาที่หน้าเว็บของเรา ที่เป็นหน้า 404 หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า Broken Links หรือว่า หน้าที่ไม่มีอยู่จริง</strong> นั่นเอง</p>
<p>ซึ่งถ้าใครที่ล๊อกอินเข้าไปใน Google Webmaster อยู่บ่อยๆ ก็จะรู้ได้ว่า แต่ก่อนนั้นมันจะโชว์เฉพาะแค่ URL ของเราที่บอกว่า ตอนนี้หน้านั้นมันไม่มีอยู่แล้ว (404 Errors) ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้นนั้น อาจจะเกิดจากการที่เราพิมพ์ชื่อใส่ลิงค์ผิด ในตอนที่เราทำ Anchor Text เป็นต้น ซึ่งเมื่อตอนที่เจ้า Search Engine Robots ได้ทำการไต่เว็บเรานั้น มันก็จะรายงานผลออกมาว่า ลิงค์ของหน้านั้นไม่มีอยู่ หรือว่า Page Not Found นั่นเอง</p>
<blockquote class="orange"><p>แต่ว่าตอนนี้ทาง Google นอกจากจะบอกชื่อลิงค์ที่เป็น 404 แล้ว มันก็จะบอกด้วยว่า <span style="text-decoration: underline;"><strong>ลิงค์พวกนั้นได้ถูกส่งมาจากที่ไหน</strong></span> ซึ่งเราสามารถที่จะเอาข้อมูลตรงนี้ ไปบอกกับทาง Web Master ให้แก้ไขลิงค์ให้ถูกต้องได้ด้วย ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์มากๆ เลยทีเดียวสำหรับคนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บของพวกเรา <img src='http://www.pccompete.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':-)' class='wp-smiley' /> </p></blockquote>
<p><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-2933755376929099";
google_ad_slot = "5037432297";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 15;
//--></script>
<script type="text/javascript" src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js"></script>
</p>
<p>ที่สำคัญมันก็จะช่วยให้เว็บของเราดูมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นด้วย เพราะว่าเราสามารถที่จะแก้ไขลิงค์ต่างๆ ที่ผิดอยู่นั้น ให้ชี้กลับมายังหน้า ที่อยู่บนเว็บของเราได้อย่างถูกต้อง ซึ่งนั่นก็คือ ทำให้ Backlink พวกนี้ มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเอง (เพราะว่า Google จะไม่ให้ค่า PageRank กับหน้าที่เป็น 404 หรือว่า หน้าที่เป็น Errors ต่างๆ)</p>
<p class="aligncenter"><a href="http://www.pccompete.com/blog/wp-content/uploads/2008/10/matt-cutts-404-errors.png" rel="lightbox[44]"><img title="Matt Cutts 404 Errors @MattCutts.com" src="http://www.pccompete.com/blog/wp-content/uploads/2008/10/matt-cutts-404-errors-293x300.png" alt="" width="293" height="300" /></a></p>
<p>จากในรูปนี้จะเห็นได้ว่า ในหน้า 404 นี้มีลิงค์ที่ส่งมาทั้งหมด 28 หน้า ให้เราคลิ๊กต่อเพื่อดูรายละเอียดว่า มีหน้าไหนที่ส่งมายังลิงค์นี้กันบ้าง</p>
<p class="aligncenter"><a href="http://www.pccompete.com/blog/wp-content/uploads/2008/10/matt-cutts-404-errors2.png" rel="lightbox[44]"><img title="Matt Cutts 404 Errors (2) @MattCutts.com" src="http://www.pccompete.com/blog/wp-content/uploads/2008/10/matt-cutts-404-errors2-300x188.png" alt="" width="300" height="188" /></a></p>
<p>เหตุผลที่เราต้องคอยแก้ไขปัญหานี้ก็คือ เราคงไม่อยากให้ใครส่งลิงค์มายังหน้า ที่เป็นปัญหา หรือว่าหน้าที่ไม่มีอยู่จริงถูกมั๊ยครับ? เพราะนอกจากจะทำให้คนที่เข้าเว็บเราหงุดหงิดแล้ว ลิงค์เจ้าปัญหาพวกนี้ ก็ไม่ได้เพิ่มค่าให้กับเว็บของเราเลยอีกต่างหาก ในสายตาของ Search Engines</p>
<p>ยังไงอย่าลืมล็อกอินเข้าไปเช็คดูกันนะครับ กับ Google Webmaster Tools ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องมือที่สำคัญมากๆ ที่สุดเลยทีเดียวสำหรับคนทำเว็บแบบพวกเรา <img src='http://www.pccompete.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':-)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>อรรถทวี เจริญวัฒนวิญญู<br />
PCCompete!<br />
Compete with No Others, But Yourself…</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pccompete.com/blog/free-links-to-your-site-from-matt-cutts/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Yahoo ทำการปรับโฉมใหม่?</title>
		<link>http://www.pccompete.com/blog/yahoo-new-design/</link>
		<comments>http://www.pccompete.com/blog/yahoo-new-design/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Oct 2008 11:17:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Attawee Jaroenwattanawinyoo</dc:creator>
				<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[Yahoo]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pccompete.com/blog/?p=41</guid>
		<description><![CDATA[ไม่แน่ใจว่าผมตกข่าวไปแล้วหรือยัง แต่เมื่อวานได้รับอีเมล์อัพเดทมาจากเว็บที่ผมไปสมัครเป็นสมาชิกอยู่ บอกว่าตอนนี้ทาง Yahoo กำลังทำการทดสอบหน้าเว็บใหม่ของตัวเองอยู่ ซึ่งหน้าแรกของ Yahoo นั้นสามารถที่เราจะปรับแต่ง แล้วก็เพิ่มความเป็น Interactive กับคนใช้มากขึ้น ก็คงจะประมาณทำให้เหมือน iGoogle อ่ะมั๊งครับ







จากรูปข้างล่างนี้ จะเห็นได้ว่า Yahoo จะรวมพวกผู้ให้บริการอีเมล์เจ้าอื่นๆ ไว้ในนี้ด้วย เช่น GMail, AOL แต่เอ&#8230; ผมไม่ยักจะเห็น Hotmail ของ Microsoft เลยแฮะ  



นอกจากนี้ ก็จะมีพวกแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่เราสามารถเพิ่มเข้ามาในหน้านี้ได้ เช่น พยากรณ์อากาศ ปฏิทิน หุ้น หนัง (เอ&#8230; แต่ของเดิม มันก็มีอยู่แล้วนี่นา) แล้วก็รวมถึงพวก Flickr กับ eBay ของเราด้วย เป็นต้น 
ในตอนนี้ ทาง Yahoo กำลังทำการวัดผลถึงการเปลี่ยนแปลงหน้าแรกของตัวเองอยู่ คาดว่าเราคงจะได้เห็นของจริงในไม่ช้านี้แน่นอน
อรรถทวี เจริญวัฒนวิญญู
PCCompete!
Compete with No Others, But [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่แน่ใจว่าผมตกข่าวไปแล้วหรือยัง แต่เมื่อวานได้รับอีเมล์อัพเดทมาจากเว็บที่ผมไปสมัครเป็นสมาชิกอยู่ บอกว่าตอนนี้ทาง Yahoo กำลังทำการทดสอบหน้าเว็บใหม่ของตัวเองอยู่ ซึ่งหน้าแรกของ Yahoo นั้นสามารถที่เราจะปรับแต่ง แล้วก็เพิ่มความเป็น Interactive กับคนใช้มากขึ้น ก็คงจะประมาณทำให้เหมือน iGoogle อ่ะมั๊งครับ</p>
<p><span id="more-41"></span></p>
<p align="center">
<a href='http://www.pccompete.com/blog/wp-content/uploads/2008/10/yahoo-homepage.jpg' rel="lightbox[41]"><img src="http://www.pccompete.com/blog/wp-content/uploads/2008/10/yahoo-homepage-300x257.jpg" alt="New Yahoo Homepage" title="New Yahoo Homepage" width="300" height="257" /></a>
</p>
<p><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-2933755376929099";
google_ad_slot = "5037432297";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 15;
//--></script>
<script type="text/javascript" src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js"></script>
</p>
<p>จากรูปข้างล่างนี้ จะเห็นได้ว่า Yahoo จะรวมพวกผู้ให้บริการอีเมล์เจ้าอื่นๆ ไว้ในนี้ด้วย เช่น GMail, AOL แต่เอ&#8230; ผมไม่ยักจะเห็น Hotmail ของ Microsoft เลยแฮะ <img src='http://www.pccompete.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p align="center">
<a href='http://www.pccompete.com/blog/wp-content/uploads/2008/10/yahoo-homepage-mail.jpg' rel="lightbox[41]"><img src="http://www.pccompete.com/blog/wp-content/uploads/2008/10/yahoo-homepage-mail-300x257.jpg" alt="New Yahoo Homepage with Email" title="New Yahoo Homepage with Email" width="300" height="257" /></a>
</p>
<p>นอกจากนี้ ก็จะมีพวกแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่เราสามารถเพิ่มเข้ามาในหน้านี้ได้ เช่น พยากรณ์อากาศ ปฏิทิน หุ้น หนัง (เอ&#8230; แต่ของเดิม มันก็มีอยู่แล้วนี่นา) แล้วก็รวมถึงพวก Flickr กับ eBay ของเราด้วย เป็นต้น </p>
<p>ในตอนนี้ ทาง Yahoo กำลังทำการวัดผลถึงการเปลี่ยนแปลงหน้าแรกของตัวเองอยู่ คาดว่าเราคงจะได้เห็นของจริงในไม่ช้านี้แน่นอน</p>
<p>อรรถทวี เจริญวัฒนวิญญู<br />
PCCompete!<br />
Compete with No Others, But Yourself…</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pccompete.com/blog/yahoo-new-design/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Title &amp; Meta Description Tag &#8211; Tags นี้สำคัญแค่ไหน?</title>
		<link>http://www.pccompete.com/blog/title-and-meta-description-tag/</link>
		<comments>http://www.pccompete.com/blog/title-and-meta-description-tag/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Jul 2008 12:30:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Attawee Jaroenwattanawinyoo</dc:creator>
				<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pccompete.com/blog/?p=26</guid>
		<description><![CDATA[ในโลกของ SEO นั้น ผมเชื่อว่าปัจจัยหรือว่าส่วนประกอบที่สำคัญมากที่สุดข้อหนึ่ง ในการทำเว็บไซต์ของเราให้ Search Engine ต่างๆ ชอบนั้น (Search Engines Friendly) จะต้องมีเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้หรือว่าตั้งค่า Title Tag ให้กับหน้านั้นๆ ในเว็บไซต์ด้วย
ซึ่งพวก Search Engines เจ้าต่างๆ นั้นก็จะใช้ตัว Title Tag นี้แหละในการนำมาแสดงผลในหน้าของการค้นหา ซึ่งในกรณีนี้ ถ้าเราไม่มีการตั้งค่า Title Tag ที่น่าสนใจ หรือว่าดูดีแล้ว ก็อาจจะมีผลในเรื่องของ CTR (Click Through Rate) หรือว่าอัตราการคลิ๊กของคนที่ทำการค้นหานั้นได้ เพราะฉะนั้นเราควรที่จะตั้ง Title Tag ให้ตรงกับเนื้อหาที่มีอยู่ในหน้านั้นๆ แล้วก็ควรที่จะเป็นประโยคที่สั้นๆ แต่ก็ได้ใจความด้วย




ผมเคยเจอเว็บไซต์นึงตั้งค่าใน Title Tag เป็น
Chiang Mai Hotels &#124; Cheap Hotels in Chiang Mai &#124; Chiang [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในโลกของ SEO นั้น ผมเชื่อว่าปัจจัยหรือว่าส่วนประกอบที่สำคัญมากที่สุดข้อหนึ่ง ในการทำเว็บไซต์ของเราให้ Search Engine ต่างๆ ชอบนั้น (Search Engines Friendly) จะต้องมีเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้หรือว่าตั้งค่า <strong>Title Tag</strong> ให้กับหน้านั้นๆ ในเว็บไซต์ด้วย</p>
<p>ซึ่งพวก Search Engines เจ้าต่างๆ นั้นก็จะใช้ตัว Title Tag นี้แหละในการนำมาแสดงผลในหน้าของการค้นหา ซึ่งในกรณีนี้ ถ้าเราไม่มีการตั้งค่า Title Tag ที่น่าสนใจ หรือว่าดูดีแล้ว ก็อาจจะมีผลในเรื่องของ CTR (Click Through Rate) หรือว่าอัตราการคลิ๊กของคนที่ทำการค้นหานั้นได้ เพราะฉะนั้นเราควรที่จะตั้ง Title Tag ให้ตรงกับเนื้อหาที่มีอยู่ในหน้านั้นๆ แล้วก็ควรที่จะเป็นประโยคที่สั้นๆ แต่ก็ได้ใจความด้วย</p>
<p><span id="more-26"></span></p>
<p><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-2933755376929099";
google_ad_slot = "5037432297";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 15;
//--></script>
<script type="text/javascript" src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js"></script>
</p>
<p>ผมเคยเจอเว็บไซต์นึงตั้งค่าใน Title Tag เป็น<br />
<em class="blue">Chiang Mai Hotels | Cheap Hotels in Chiang Mai | Chiang Mai Accommodations | Best Hotels in Chiang Mai | Chiang Mai Best Rates | Chiang Mai &amp; Northern Thailand Travel Information</em></p>
<p>เป็นไงครับ สำหรับ Title Tag อันนี้ คีย์เวิรด์ล้วนๆ เลยนะครับเนี่ย อันนี้ถือว่าแทบจะเป็นข้อห้ามเลยนะครับ ที่ใช้คืย์เวิร์ดซ้ำๆ กันมากมายซะขนาดนี้</p>
<p>แต่ถ้าจะให้ดี เราควรจะเปลี่ยนเป็น<br />
<em class="blue">Chiang Mai Hotels &amp; Accommodations at Best Rates</em></p>
<p>จะเห็นได้ว่าใน Title Tag นี้เราก็ยังจำเป็นที่จะต้องมีคีย์เวิรด์อยู่ ยิ่งถ้าวางไว้ในตำแหน่งแรกๆ ยิ่งดี ซึ่ง Title Tag นี้ก็จะเป็นเหมือนกับด่านแรก ในการที่จะดึงดูดคนให้เข้ามาเว็บไซต์เราได้ต่อไป นอกจากนี้ Title Tag ก็ไม่ควรที่จะมีตัวอักษรมากกว่า ประมาณ 60 &#8211; 70 ตัว (อันนี้ของ Google นะครับ แต่ถ้าเป็นของเจ้าอื่นอ่านจะยาว หรือสั้นกว่า แต่โดยทั่วๆ ไปก็ประมาณนี้แหละครับ) หรือว่า 8 &#8211; 10 คำนะครับ (ซึ่งข้อจำกัดข้อนี้ถือว่าหมูมาก สำหรับคนที่ทำ <b>AdWords</b> อยู่ ใช่มั๊ยครับ <img src='http://www.pccompete.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';)' class='wp-smiley' />  )</p>
<h4>ทีนี้มาดูในเรื่องของ Meta Description Tag กันบ้าง</h4>
<p>ถ้าใครยังนึกไม่ออกว่า <b>Meta Description Tag</b> มันจะเอามาใช้ประโยชน์ได้ยังไงกับหน้าแสดงผลของ Search Engines ต่างๆ ก็ดูรูปข้างล่างนี้ตามนะครับผม</p>
<p><a href="http://www.pccompete.com/blog/wp-content/uploads/2008/07/title-and-meta-desc-tag.gif" rel="lightbox[26]"><img class="aligncenter size-medium wp-image-34" title="Google | Title and Meta Description Tags" src="http://www.pccompete.com/blog/wp-content/uploads/2008/07/title-and-meta-desc-tag-300x170.gif" alt="Google | Title and Meta Description Tags" width="300" height="170" /></a></p>
<p>ซึ่งจะเห็นได้ว่า ถ้าเว็บไหนไม่ได้ใส่ Meta Description Tag ที่สั้นๆ รวบรัด แต่ได้ใจความแล้วละก็ คนที่ทำการค้นหาก็อาจจะมองข้ามไป หรือว่าไม่สนใจเลยก็ได้นะครับ ถึงแม้ว่าเนื้อหาในหน้านั้นๆ จะดีมากๆ เลยก็ตาม (ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากๆ เลยนะครับผม <img src='http://www.pccompete.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_sad.gif' alt=':(' class='wp-smiley' />  )</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pccompete.com/blog/title-and-meta-description-tag/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Google เปลี่ยน Favicon เป็นรูปใหม่แล้ว</title>
		<link>http://www.pccompete.com/blog/new-google-favicon/</link>
		<comments>http://www.pccompete.com/blog/new-google-favicon/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 31 May 2008 09:28:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Attawee Jaroenwattanawinyoo</dc:creator>
				<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.pccompete.com/blog/?p=4</guid>
		<description><![CDATA[ไม่รู้ว่ามีใครได้สังเกตกันบ้างมั๊ยครับว่า Google ได้มีการเปลี่ยนรูปของ Favicon ใหม่แล้ว ซึ่ง Favicon ก็คือ รูปโลโก้เล็กๆ ตรงแถบที่ให้เราใส่ลิงค์ในบราวเซอร์ของเรา มาดูกันนะครับว่าเปลี่ยนแปลงเป็นยังไง







ก่อน

หลัง

แต่ถ้าใครบางคนยังไม่เห็น Favicon ใหม่นี้ ตอนที่เข้าไปที่หน้าของ Google ก็ให้ลองกดปุ่ม Ctrl + F5 พร้อมกันซัก 2-3 ที Browser ก็จะ refresh ใหม่ แล้วก็จะได้เห็น Favicon ใหม่กันนะครับ ซึ่งการเปลี่ยน Favicon นี้จะมีผลในทุกประเทศ แล้วก็ทุกภาษาของ Google.com
ว่าแต่คุณชอบแบบไหนกันครับ?
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่รู้ว่ามีใครได้สังเกตกันบ้างมั๊ยครับว่า Google ได้มีการเปลี่ยนรูปของ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Favicon" target="_blank">Favicon</a> ใหม่แล้ว ซึ่ง Favicon ก็คือ รูปโลโก้เล็กๆ ตรงแถบที่ให้เราใส่ลิงค์ในบราวเซอร์ของเรา มาดูกันนะครับว่าเปลี่ยนแปลงเป็นยังไง</p>
<p><span id="more-4"></span></p>
<div style="text-align: center;">
<script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-2933755376929099";
/* Referral 468x60, created 6/8/08 */
google_ad_slot = "5117631375";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
google_cpa_choice = ""; // on file
//-->
</script></p>
<p><script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script>
</div>
<p>ก่อน<br />
<img src="http://www.pccompete.com/blog/wp-content/uploads/2008/06/google-favicon-before.jpg" alt="Google's New Blue Favicon" title="Google's New Blue Favicon" width="172" height="30" class="aligncenter size-full wp-image-10" /></p>
<p>หลัง<br />
<img src="http://www.pccompete.com/blog/wp-content/uploads/2008/06/google-favicon-after.jpg" alt="Google's New Blue Favicon" title="Google's New Blue Favicon" width="172" height="30"  class="aligncenter size-full wp-image-10"/></p>
<p>แต่ถ้าใครบางคนยังไม่เห็น Favicon ใหม่นี้ ตอนที่เข้าไปที่หน้าของ <a href="http://www.google.com" target="_blank">Google</a> ก็ให้ลองกดปุ่ม Ctrl + F5 พร้อมกันซัก 2-3 ที Browser ก็จะ refresh ใหม่ แล้วก็จะได้เห็น Favicon ใหม่กันนะครับ ซึ่งการเปลี่ยน Favicon นี้จะมีผลในทุกประเทศ <a href="http://www.google.com/language_tools?hl=EN" target="_blank">แล้วก็ทุกภาษาของ Google.com</a></p>
<p>ว่าแต่คุณชอบแบบไหนกันครับ?</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.pccompete.com/blog/new-google-favicon/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
